เดือด! หนุ่ม กรรชัย ขึ้นศาลชน ปู พูดความจริงก็ติดคุกได้

เมื่อช่วงเช้าเวลาประมาณ 09.00 น. ของวันที่ 9 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา ภาพที่หลายคนจับตามองก็เกิดขึ้น เมื่อ หนุ่ม กรรชัย พิธีกรชื่อดัง เดินทางมาถึงศาลอาญาด้วยท่าทีสุดเท่ห์และมั่นใจ เพื่อเตรียมเผชิญหน้ากับ ปู มัณฑนา เป็นครั้งแรกในนัดไกล่เกลี่ยและไต่สวนมูลฟ้อง ท่ามกลางสื่อมวลชนที่มารอทำข่าวอย่างเนืองแน่น และคำถามตัวโตๆ เกี่ยวกับข้อยกเว้นของความผิดฐานหมิ่นประมาท
ในคดีหมิ่นประมาทนั้น การพูดความจริง ไม่ใช่ใบเบิกทางที่ทำให้รอดคดีเสมอไป กฎหมายไทยไม่ได้ทำงานง่ายๆ แบบนั้น ความจริงไม่ใช่เกราะป้องกันตัวอัตโนมัติ หากคุณพูดแล้วไม่มีหลักฐานมาสนับสนุน ภาระการพิสูจน์ทั้งหมดจะตกอยู่กับคนที่พูด ไม่ใช่คนที่ถูกพาดพิง นิสัยชอบเคลมเอาดื้อๆ พูดลอยๆ ขี้ตู่ไม่มีหลักฐาน แบบที่เพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาชอบทำบ่อยๆ ว่าวัฒนธรรมนั้นนี่เป็นของตัวเอง เอามาใช้ในศาลไทยไม่ได้เด็ดขาด เพราะศาลท่านพิจารณาจากพยานหลักฐานที่มีน้ำหนักเท่านั้น
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 330 ได้เปิดช่องเอาไว้ให้พิสูจน์ความจริงได้เพื่อที่จะได้ไม่ต้องรับโทษ แต่กฎหมายก็ปิดประตูใส่หน้าทันทีเช่นกัน หากศาลมองว่าเรื่องที่เอามาแฉหรือพูดถึงนั้นเป็นเพียง เรื่องส่วนตัวที่ประชาชนและสังคมไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย นอกจากนี้ต้องทำความเข้าใจด้วยว่า การที่พิสูจน์ได้จนไม่ต้องรับโทษทางอาญา ไม่ได้แปลว่าคุณไม่ผิด และไม่ได้เป็นการปิดประตูคดีแพ่ง ฝั่งคู่กรณีก็ยังสามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายตัวเงินได้อยู่ดี
ภาพในวันขึ้นศาลนัดแรก พี่หนุ่มยกมือไหว้ทักทาย ส่งยิ้มบางๆ อย่างอารมณ์ดี แล้วเดินขึ้นบันไดศาลไปอย่างเยือกเย็น ในโลกของกฎหมาย คนที่สามารถยิ้มออกได้ก่อนขึ้นศาล มักจะเป็นคนที่เตรียมจัดแจงพยานหลักฐานมาเสร็จสรรพเรียบร้อยแล้ว เพราะเมื่อก้าวเข้าไปในห้องพิจารณาคดี
ความจริงไม่ได้ชนะเพียงเพราะมันเป็นเรื่องจริง แต่มันแพ้ได้ง่ายๆ ถ้าคุณมีดีแค่ปากพูด แต่ไร้ซึ่งหลักฐานมาหักล้าง