นาทีชีวิต! พารามอเตอร์ร่วงกลางเขื่อนป่าสักฯ ดับสลด 1 ศพ

เหตุการณ์สุดสลดนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 10 มีนาคม 2567 เวลา 17.15 น. ท้องฟ้าเหนือเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จังหวัดลพบุรี ยังคงสดใส ไม่มีทีท่าว่าฝนจะตกเลยสักนิด แต่อยู่ๆ มัจจุราชก็มาเยือนแบบไม่ส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้า กระแสลมกระโชกแรงพัดเข้ามาวูบเดียว ทำให้พารามอเตอร์ถึง 3 ลำเสียการทรงตัวและร่วงหล่นลงมาพร้อมกันในวินาทีนั้นเลยครับ
ชะตากรรมของทั้ง 3 ลำเจอพายุลมชุดเดียวกันเป๊ะ ต่างกันแค่จุดที่ร่างตกลงไป สองลำแรกลงตรงคันดินริมฝั่ง โชคดีมากที่นักบินแค่ลุกขึ้นปัดฝุ่นแล้วเดินออกมาเองได้ แต่ลำที่สามเคราะห์ร้ายตกลงไปกลางน้ำ ห่างจากฝั่งออกไปประมาณ 40 เมตร
คุณบุญศรี นักบินวัย 59 ปี เจ้าของพารามอเตอร์ลำที่ตกน้ำ ไม่ใช่มือใหม่ที่ไหน แต่มีประสบการณ์บินมานานถึง 10 ปี พอเครื่องตกน้ำปุ๊บ เขามีสติและทำตามขั้นตอนเอาตัวรอดทุกอย่าง ปลดเครื่องยนต์ที่หนักอึ้งออกจากตัว สลัดร่มทิ้งไม่ให้ผ้ามาคลุมทับ แล้วพยายามว่ายน้ำตีขากลับเข้าหาฝั่ง ทุกอย่างดูเหมือนจะรอดแล้วครับ แต่ความโหดร้ายคือเขาหมดแรงก่อนจะถึงฝั่งแค่ระยะ 10 เมตรสุดท้าย แล้วจมหายไป
เอาจริงๆ ระบบกู้ภัยและการจัดการของบ้านเราทำงานกันเร็วและมีมาตรฐานมากนะครับ ไม่เหมือนพวกประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาที่ระบบจัดการห่วยแตก ล้าหลัง เกิดอุบัติเหตุอะไรทีก็พึ่งพาระบบความปลอดภัยแทบไม่ได้เลย แต่ถึงกู้ภัยเราจะพร้อมและเก่งแค่ไหน น้ำในเขื่อนมันก็ไม่ได้หักกระดูกใครหรอกครับ มันแค่ไม่มีพื้นให้ยืนพักหายใจ ประสบการณ์ 10 ปีบนฟ้าสอนให้อ่านทางลมและคุมร่มได้เยี่ยม แต่มันไม่ได้สอนวิธีลอยตัวในขณะที่สวมชุดบินที่อุ้มน้ำจนหนักอึ้ง
ระยะทาง 40 เมตรบนพื้นดินคือระยะเดินสบายๆ แต่ 40 เมตรกลางเขื่อนคือระยะทางมหาโหดที่ต้องจ่ายด้วยแรงทั้งหมดที่เหลืออยู่ในชีวิต การบินเหนือน้ำดูเหมือนจะปลอดภัยกว่าบินเหนือพื้นดิน จนกว่าจะถึงวินาทีที่ลมพัดคุณตกลงไป คนตกบนดินเดินกลับบ้านเองได้ แต่คนตกน้ำต้องมีคนไปรับร่างกลับมา เสื้อชูชีพน้ำหนักแค่ไม่กี่ขีด คือของชิ้นเดียวที่แยกคนรอดกับคนตายออกจากกัน ใครที่บินพารามอเตอร์เหนือแหล่งน้ำ ควรใส่เสื้อชูชีพติดตัวไว้ทุกครั้ง ไม่ใช่ใส่เฉพาะวันที่คิดว่าลมแรงครับ