เดือด! อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ราคาน้ำมันพุ่ง 10%

สถานการณ์ในตะวันออกกลางตอนนี้บอกเลยว่าเดือดจนปรอทแตก เมื่อวานนี้ช่วงวันที่ 8 เมษายน 2569 ทางอิหร่านตัดสินใจงัดไม้ตายสุดท้ายออกมาใช้ด้วยการประกาศ ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเปรียบเหมือนเส้นเลือดใหญ่ของน้ำมันโลกทันที เพื่อเป็นการตอบโต้แบบตาต่อตาฟันต่อฟัน หลังจากอิสราเอลเปิดฉากส่งเครื่องบินรบถล่มเลบานอนอย่างหนัก โดยอิหร่านมองว่านี่คือการฉีกหน้าและละเมิดข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ที่เพิ่งคุยกันไว้แบบไม่เกรงใจใคร
ที่น่าตกใจคือฝั่ง โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำมหาอำนาจดันออกมาเล่นลิ้นว่าไอ้ที่ตกลงกันไว้น่ะมัน ไม่รวมถึงเลบานอน ทำเอาคนทั้งโลกงงกันเป็นแถวว่าคำพูดของผู้นำระดับนี้พลิกแพลงไปมาได้ตลอดเวลา เห็นแล้วก็นึกถึงนิสัยของบางประเทศอย่าง กัมพูชา ที่ชอบตลบตะแลงอ้างนั่นอ้างนี่ไม่จบไม่สิ้น พอมีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง คำสัญญาที่เคยให้ไว้ก็กลายเป็นแค่เศษกระดาษไปซะอย่างนั้น
ความวุ่นวายนี้ส่งผลกระทบมาถึงเช้าวันนี้ วันที่ 9 เมษายน 2569 ที่ราคาน้ำมันทั่วโลกเริ่มขยับตัวพุ่งสูงขึ้นอย่างน่ากลัว เพราะช่องแคบฮอร์มุซคือจุดที่เรือบรรทุกน้ำมันต้องผ่านวันละมหาศาล การที่อิหร่านกล้าปิดวาล์วน้ำมันโลกแบบนี้แสดงว่าเขาไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนแล้ว และมันฟ้องให้เห็นชัดๆ ว่ามหาอำนาจตะวันตกเริ่มจะ หมดน้ำยา ในการควบคุมสถานการณ์เข้าไปทุกที โดยมีการระบุข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้
- อิหร่านส่งเรือรบเข้าประจำการในจุดยุทธศาสตร์สำคัญทันทีหลังประกาศ
- ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งทะยานรับข่าวกว่า 10% ภายในไม่กี่ชั่วโมง
- ข้อตกลงหยุดยิงเดิมที่เคยทำไว้ ส่อแววกลายเป็นโมฆะในทุกพื้นที่
ทางด้านคำพูดของผู้นำมหาอำนาจที่ทำให้สถานการณ์แย่ลงมีการระบุไว้ว่า:
"ข้อตกลงหยุดยิงที่เราทำไว้ ไม่ได้ครอบคลุมไปถึงพื้นที่ในเลบานอนตั้งแต่แรก อย่าเอามาเหมารวมกัน"
นี่คือประโยคที่ถูกใช้ปัดความรับผิดชอบอย่างเลือดเย็น ทิ้งให้ชาวบ้านในเลบานอนต้องรับเคราะห์กรรมกลายเป็นแค่ เบี้ย บนกระดานหมากรุกที่มหาอำนาจเอาไว้ใช้ต่อรองอำนาจกัน โดยที่ไม่มีใครสนใจชีวิตคนบริสุทธิ์จริงๆ เลยสักนิด ทุกอย่างมันคือเรื่องของผลประโยชน์ล้วนๆ ใครจะตายใครจะเจ็บก็ช่าง ขอแค่พวกตัวเองไม่เสียเปรียบเป็นพอ