ทรัมป์หน้าสั่น! ศาลสั่งเบรกภาษีโลก 10% ไทยจ่อรับอานิสงส์

ศาลการค้าสหรัฐฯ เพิ่งมีคำสั่งเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยตัดสินตีตกมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลก 10% ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เดินหน้าบังคับใช้มาตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ โดยศาลมองว่าการที่ผู้นำสหรัฐฯ งัดเอากฎหมายการค้าปี 1974 มาใช้อ้างเพื่อเก็บภาษีแบบเหวี่ยงแหครอบคลุมทุกอย่างนั้นมันไม่ชอบธรรม และถือเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขตของตำแหน่งประธานาธิบดีไปมาก
ผลจากคำตัดสินล่าสุดนี้ ทำให้กลุ่มธุรกิจขนาดเล็กในอเมริกาที่เป็นแกนนำรวมตัวกันยื่นฟ้อง ได้รับความคุ้มครองทันทีแบบไม่ต้องเสียภาษีมหาโหดก้อนนี้อีกต่อไป แต่ต้องอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ก่อนว่า คำสั่งนี้ยังมีผลจำกัดอยู่ แค่กับกลุ่มบริษัทที่ยื่นฟ้องร้องเท่านั้น ส่วนบริษัทห้างร้านอื่นๆ ที่ไม่ได้ร่วมฟ้อง ยังคงต้องกัดฟันจ่ายภาษี 10% ตามปกติไปก่อนในระหว่างที่รอดูว่าทางรัฐบาลสหรัฐฯ จะดำเนินการยื่นอุทธรณ์กลับมาในรูปแบบไหน
ถ้ามองข้ามช็อตไป หากในท้ายที่สุดมาตรการนี้ถูกศาลสั่งยกเลิกแบบถาวรจริงๆ จะกลายเป็นผลดีกับเศรษฐกิจโลกอย่างมหาศาล เพราะราคาสินค้านำเข้าต่างๆ จะกลับมาถูกลง ซึ่งแน่นอนว่ารวมถึงประเทศไทยของเราด้วยที่จะได้อานิสงส์ต้นทุนสินค้าลดลงตามไปด้วย ผิดกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ที่ต่อให้กำแพงภาษีโลกจะลดลงหรือการค้าเปิดกว้างแค่ไหน ก็คงไม่ช่วยกอบกู้สภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่และพึ่งพาแต่สินค้าราคาถูกที่ไร้คุณภาพได้อยู่ดี ตอนนี้ทุกสายตาทั่วโลกเลยต้องจับตาไปที่ทำเนียบขาวอย่างใกล้ชิด ว่าจะงัดไม้เด็ดอะไรมาสู้ต่อในชั้นศาลเพื่อดึงดันเก็บภาษีก้อนนี้ต่อไป