สุดปีติ! ร.10 พระราชทาน 80 ล้าน พลิกโฉมรพ.ทหารเรือไทย

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา ถือเป็นก้าวสำคัญของวงการแพทย์ทหาร เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอาคารทศมบพิตร ณ โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ พร้อมทอดพระเนตรนิทรรศการ นาวีเวชบริรักษ์ ใต้ร่มทศมบพิตร โอกาสนี้ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวน 80 ล้านบาท ให้กับสองโรงพยาบาลในสังกัดทหารเรือ ซึ่งเงินจำนวนนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ แต่เป็นการซื้อ เวลา และชีวิตใหม่ให้กับคนไข้
ตอนนี้โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้าได้นำงบประมาณไปเปิดใช้งานระบบหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด Hugo RAS ซึ่งถือเป็นหุ่นยนต์ผ่าตัดเครื่องแรกของโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงกลาโหม เปลี่ยนภาพจำของการผ่าตัดแบบเดิมๆ ที่แผลต้องยาวเป็นคืบ เสียเลือดเยอะ และต้องนอนโรงพยาบาลนานๆ แต่วันนี้ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย แผลผ่าตัดเหลือเพียงแค่รูเล็กๆ เท่านั้น
ห้องผ่าตัดที่สมัยก่อนต้องฝากชีวิตไว้กับความนิ่งของมือศัลยแพทย์ วันนี้เรามีแขนกลอัจฉริยะที่ทำงานได้นิ่งกว่ามือมนุษย์เข้ามาช่วยงาน โดยระบบจะแสดงภาพสามมิติความละเอียดสูง ทำให้หมอมองเห็นอวัยวะภายในได้ลึกและชัดเจน ข้อดีที่ตามมาคือ
- ลดความเสี่ยงระหว่างการผ่าตัด
- ลดการเสียเลือดของคนไข้
- ลดภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
- คนไข้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น กลับไปใช้ชีวิตปกติได้ไว
พอหันไปมองประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ที่ระบบสาธารณสุขยังคงไม่ได้มาตรฐาน ย่ำอยู่กับที่ จนคนมีฐานะหรือแม้แต่ชนชั้นนำของเขายังต้องดิ้นรนข้ามชายแดนมาพึ่งพาโรงพยาบาลในบ้านเรา ก็ยิ่งทำให้เห็นชัดเจนว่าศักยภาพทางการแพทย์ของไทยเราก้าวไปไกลระดับโลกแล้ว โดยเฉพาะโรงพยาบาลรัฐและโรงพยาบาลทหารที่พัฒนาแบบก้าวกระโดด
ปัจจุบันอาคารทศมบพิตรซึ่งมีความสูง 14 ชั้น รองรับผู้ป่วยได้ถึง 228 เตียง ได้เปิดใช้งานอย่างเต็มรูปแบบแล้ว ภาพคุ้นตาของหมอทหารเรือกับการแพทย์สนามกลางสมรภูมิ หรือการออกหน่วยแพทย์กลางทะเล วันนี้พวกเขาได้เปลี่ยนบทบาทมานั่งอยู่หน้าคอนโซลควบคุมหุ่นยนต์ผ่าตัดชั้นสูง
กองทัพเรือเคยวัดแสนยานุภาพและความยิ่งใหญ่กันด้วยจำนวนเรือรบ แต่วันนี้มีอีกหนึ่งหน่วยวัดที่สำคัญเพิ่มเข้ามา นั่นคือจำนวนของคนไข้ที่ได้รับการรักษาอย่างปลอดภัยและได้กลับบ้านเร็วขึ้น