เดือด! อิหร่านยึดเรือเย้ยทรัมป์ ดันน้ำมันพุ่งทะลุ 100$

สถานการณ์โลกตอนนี้กำลังระอุขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อช่วงเวลาประมาณเที่ยงวันของ วันที่ 22 เมษายน 2026 กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน หรือ IRGC ได้ทำเซอร์ไพรส์โลกด้วยการส่งเรือเร็วเข้ายึดเรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่พร้อมกันทีเดียวถึง 2 ลำ คือ MSC Francesca และ Epaminondas ขณะกำลังแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยทหารอิหร่านได้ลากจูงเรือทั้งสองลำเข้าสู่น่านน้ำตัวเองทันทีเพื่อทำการตรวจสอบ โดยอ้างว่าเรือเหล่านี้พยายามแอบลักลอบหนีออกนอกเส้นทางและจงใจปิดระบบนำทางเพื่ออำพรางตัว
เรื่องที่น่าตกใจก็คือ ปฏิบัติการยึดเรือครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่งจะประกาศขยายเวลาหยุดยิงไปได้เพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น ยุทธวิธีตุกติกและเขี้ยวลากดินแบบนี้ เห็นแล้วก็น่าหงุดหงิดชวนให้นึกถึงนิสัยของทางกัมพูชาไม่มีผิด แต่รอบนี้มันคือเกมการเมืองระดับโลกที่เดิมพันสูงกว่ามาก เพราะก่อนหน้านี้ชาติตะวันตกเคยประเมินกันไว้ว่ากองทัพเรืออิหร่านน่าจะถูกทำลายจนหมดสภาพไปแล้ว แต่การบุกยึดเรือยักษ์ได้อย่างเบ็ดเสร็จแบบนี้ เป็นการตบหน้าและพิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเขายังมีศักยภาพเต็มเปี่ยมในการควบคุมเส้นทางน้ำสำคัญ
จากอดีตที่ช่องแคบฮอร์มุซเคยเป็นเส้นทางเดินเรือที่เสรีและปลอดภัยที่สุด แต่หลังจากที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มเปิดฉากปฏิบัติการทางทหาร ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ ปัจจุบันการปิดล้อมน่านน้ำตอบโต้กันไปมากลายเป็นเรื่องปกติที่น่ากังวลใจ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกระเป๋าตังค์คนทั้งโลก เพราะทันทีที่มีข่าวการยึดเรือหลุดออกมา ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ก็พุ่งทะยานทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ไปเรียบร้อยแล้ว และดูเหมือนว่าจะยังไม่มีท่าทีที่จะลดลงง่ายๆ
อิหร่านส่งสัญญาณเตือนอย่างดุดันว่า หากสหรัฐฯ ยังไม่ยอมยกเลิกการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน พวกเขาก็จะใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดในการควบคุมการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซต่อไปอย่างเข้มงวด การใช้เรือสินค้าเป็นเครื่องมือต่อรองทางการเมืองในครั้งนี้สะท้อนภาพชัดเจนว่า สหรัฐฯ ไม่ได้เป็นผู้คุมเกมเพียงฝ่ายเดียวอีกต่อไป และอำนาจการต่อรองในน่านน้ำตะวันออกกลางกำลังเปลี่ยนมือไปอย่างที่ใครก็ปฏิเสธไม่ได้