ตื่นเถิดเขมร! อ้างจีดีพีโตแซงไทย ที่แท้เศรษฐกิจห่าง 11 เท่า

สื่อเพื่อนบ้านจอมเคลมอย่างกัมพูชาเริ่มขยับหาพื้นที่ข่าวให้ตัวเองดูดีอีกแล้ว ล่าสุดเมื่อช่วงวันที่ 28 เมษายน 2569 มีรายงานข่าวตีแผ่ออกมาว่าเศรษฐกิจของเขมรกำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด อวดอ้างว่าแซงหน้าประเทศไทยไปเกือบเท่าตัวติดต่อกันถึง 4 ปี โดยหยิบยกตัวเลขจีดีพีของปี 2567 มาโชว์ว่าเขมรพุ่งทะยานไปถึง 6.0% ในขณะที่ไทยเราโตแค่ 2.5-2.9% แถมยังพกความมั่นใจมาเต็มกระเป๋าว่าอีกไม่นานจะไล่บี้เศรษฐกิจไทยได้ทันแน่ๆ เพราะได้อานิสงส์ก้อนโตจากนักท่องเที่ยวและเม็ดเงินลงทุนของกลุ่มทุนจีน สวนทางกับบ้านเราที่เขามองว่ากำลังสะดุดเพราะปัญหาส่งออกและหนี้ครัวเรือน
แต่พอเรามากางตัวเลขดูความจริงกันแบบเนื้อๆ จะเห็นเลยว่าตรรกะนี้มัน เทียบกันไม่ได้เลยแม้แต่น้อย เพราะฐานเศรษฐกิจของสองประเทศมันคนละชั้นกันอย่างสิ้นเชิง จีดีพีของกัมพูชาทั้งประเทศมีขนาดแค่ราวๆ 4.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น ลองหันกลับมาดูของไทยเรา ใหญ่กว่าเขาถึง 11 เท่า ทะลุมูลค่า 5.2 แสนล้านดอลลาร์เข้าไปแล้ว การที่ประเทศเศรษฐกิจขนาดเล็กจิ๋วจะมีเปอร์เซ็นต์การขยายตัวที่ดูสูงกว่าประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ มันเป็นเรื่องปกติพื้นฐาน ไม่ใช่ความสำเร็จที่มหัศจรรย์อะไรเลย
การที่ตัวเลขเปอร์เซ็นต์ดูเหมือนวิ่งเร็วกว่า ไม่ได้แปลว่าจะวิ่งแซงหน้าได้จริง ตราบใดที่มูลค่าเนื้อแท้ยังห่างชั้นกันขนาดนี้ เปรียบง่ายๆ เหมือนเด็กตัวเล็กๆ ซอยเท้าวิ่งเร็วๆ แต่ผู้ใหญ่ก้าวขายาวๆ แค่ก้าวเดียวก็นำหน้าไปไกลแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นการพึ่งพาทุนจีนแบบเทหมดหน้าตักก็เป็นดาบสองคมที่กัมพูชาต้องแบกรับความเสี่ยงในอนาคต ดังนั้นที่สื่อเขมรพยายามปั่นกระแสว่ากำลังจะไล่บี้แซงไทย ความเป็นจริงคือขนาดเศรษฐกิจยังห่างไกลกันชนิดที่ว่า ต้องใช้เวลาอีกนานแสนนานกว่าจะแค่ตามหลังเราทัน ไม่ต้องไปฝันถึงการแซงหน้าเลยครับ