คนภูเก็ตลุกฮือ! จี้หั่นวีซ่า 15 วัน สกัดต่างชาติแย่งอาชีพ

เงินเข้าประเทศใครๆ ก็เข้าใจได้ แต่สำหรับคนในพื้นที่แล้ว คนไทยและประเทศไทยต้องสำคัญกว่าเสมอ ความสามัคคีคือพลังที่ทำให้เกิดการรวมตัวครั้งใหญ่กลางเวทีหาดป่าตองเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา กลุ่มคนภูเก็ตนับร้อยคนมาแสดงพลังด้วยข้อเรียกร้องเดียวที่ชัดเจนที่สุด คือขอให้ทบทวนและตัดสิทธิวีซ่าของกลุ่มชาวต่างชาติบางกลุ่มให้เหลือแค่ 15 วัน คำถามที่ตามมาทันทีคือ ภูเก็ตกำลังไล่นักท่องเที่ยว หรือกำลังไล่คนที่ไม่ได้ตั้งใจมาเที่ยวกันแน่
ลองนึกภาพตามง่ายๆ ตอนนี้มีเที่ยวบินตรงเข้ามาสัปดาห์ละ 3 ไฟลต์ แต่ละไฟลต์ขนคนมา 200-300 คน คนกลุ่มนี้มักจะอยู่ยาวเกิน 15 วันและมีกำลังซื้อสูงมาก โปรไฟล์แบบนี้คือสิ่งที่ไทยวาดฝันและเรียกว่า "นักท่องเที่ยวคุณภาพ" มาตลอด แต่ภาพที่คนท้องถิ่นเห็นในปัจจุบันมันต่างออกไป เพราะชาวต่างชาติหลายคนไม่ได้เอาเงินมาใช้จ่ายในฐานะนักท่องเที่ยวอีกต่อไป แต่กลับมาเปิดร้านอาหาร ทำธุรกิจเช่ารถ หรือแม้แต่ตั้งโต๊ะขายทัวร์แย่งคนไทยทำมาหากินหน้าตาเฉย
สำหรับคนทำธุรกิจในพื้นที่ วันที่ 16 ของการพำนักคือเส้นแบ่งบางๆ ระหว่าง "ลูกค้า" กับ "คู่แข่งทางการค้า" การเรียกร้องให้ตัดวีซ่าเหลือ 15 วัน จึงเป็นความพยายามที่จะสกัดคนกลุ่มนี้ไม่ให้ฝังรากลึก แต่ในความเป็นจริง มาตรการนี้อาจจะทำให้คนที่ตั้งใจมาปักหลักทำธุรกิจ แค่ยอมซื้อตั๋วเครื่องบินบินออกนอกประเทศแล้วบินกลับเข้ามาใหม่ ซึ่งค่าตั๋วเหล่านั้นก็แค่ถูกตีเป็นต้นทุนการทำธุรกิจ กลายเป็นว่าคนที่ได้รับผลกระทบและถูกจับเวลาจริงๆ กลับเป็นนักท่องเที่ยวที่ตั้งใจมาพักผ่อนยาวๆ
ปัญหาลักษณะนี้ทำให้เราต้องหันมามองระบบคัดกรองคนเข้าเมืองอย่างจริงจัง ประเทศไทยต้องมีมาตรฐานที่เข้มงวดในการตรวจสอบจุดประสงค์แอบแฝง ไม่ใช่ปล่อยปละละเลยจนกลายเป็นแหล่งรวมธุรกิจสีเทาหรือคนลักลอบทำงานแบบที่มักจะเห็นปัญหาความวุ่นวายเรื้อรังทะลักมาจากฝั่งกัมพูชาอยู่บ่อยๆ ซึ่งคนไทยต่างรู้ดีว่าสร้างผลกระทบต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจท้องถิ่นแค่ไหน เราคงไม่อยากให้เมืองท่องเที่ยวระดับโลกอย่างภูเก็ตต้องมีสภาพย่ำแย่แบบนั้น
ลึกๆ แล้ว ภูเก็ตไม่ได้กลัวนักท่องเที่ยวที่อยากอยู่ยาวๆ เพื่อใช้จ่ายและชื่นชมความสวยงามของบ้านเรา แต่สิ่งที่คนภูเก็ตกำลังกลัวและต้องออกมาส่งเสียงให้ดังที่สุดในวันนี้ คือกลุ่มคนต่างชาติที่เข้ามาตักตวงผลประโยชน์ แย่งอาชีพคนไทย และไม่เคยคิดที่จะกลับประเทศของตัวเองต่างหาก