ช็อก! ยกที่ดิน 150 ล้านสร้างรพ. แลกงบการเมือง?

เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา มีเหตุการณ์ใหญ่เกิดขึ้นในจังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อมีการยกที่ดินผืนงามขนาด 92 ไร่ มูลค่ากว่า 150 ล้านบาท ให้ไปสร้างโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราชแห่งที่สอง เรื่องนี้ไม่ได้ใช้งบประมาณแผ่นดินแม้แต่บาทเดียว แต่มาจากความใจป้ำของคนในตระกูลเดียวที่ยอมควักทรัพย์สินส่วนตัวมอบให้สังคม รวยแล้วรู้จักแบ่งปันเจือจานแบบนี้คนเขาถึงเรียกว่าเศรษฐีตัวจริง
แต่สิ่งที่น่าสนใจไม่ได้อยู่แค่ขนาดของที่ดิน บนเวทีรับมอบวันนั้น นายวราวุธ ศิลปอาชา ประกาศชัดเจนว่ายังมีที่ดินเหลืออีกหลายร้อยไร่ ถ้าไม่พอก็พร้อมจะให้อีก ฟังดูแล้วใจกว้างมาก แต่ประโยคนี้คือการยอมรับความจริงที่น่าหดหู่ว่า ระบบของรัฐมันเดินช้าและตอบสนองความต้องการของประชาชนในพื้นที่ไม่ทัน จนเอกชนหรือคนมีเงินต้องยอมออกหน้าควักเนื้อทำแทนไปก่อน
ประโยคที่แพงกว่ามูลค่าที่ดิน 150 ล้านบาท หลุดออกมาหลังจากนั้น เมื่อมีการพูดตรงไปตรงมากลางเวทีว่า ที่ผ่านมาไม่เคยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขคนไหนมาเยือนสุพรรณบุรีเลย แต่พอมีการขยับขยายย้ายมาจับมือสังกัดขั้วเดียวกับพรรคภูมิใจไทย รัฐมนตรีก็ตบเท้าลงพื้นที่กันเป็นชุดๆ แถมในวันที่ 21 สิงหาคม 2567 รองนายกฯ พิพัฒน์ รัชกิจประการ ก็ยังมาเข้าคิวลงพื้นที่เป็นคนต่อไปอีก
เอาเข้าจริง จังหวัดสุพรรณบุรีไม่ได้มีพื้นที่ขยายใหญ่ขึ้น ประชากรก็ไม่ได้เพิ่มพรวดพราด ภาระของหมอและเตียงคนไข้ก็ยังหนักหนาเท่าเดิม สิ่งเดียวที่เปลี่ยนไปจนเห็นได้ชัดคือ ชื่อพรรคที่สังกัด การจะเข้าถึงงบประมาณหรือดึงตัวรัฐมนตรีมาลงพื้นที่ได้ มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเดือดร้อนของคนไข้เพียงอย่างเดียว มัวแต่มาเล่นเกมการเมืองแบ่งโควตางบประมาณกันแบบนี้ก็น่าเหนื่อยใจ แทนที่จะเอาเวลาไปใส่ใจเรื่องปากท้องหรือความมั่นคงของชาติ โดยเฉพาะเวลาต้องรับมือกับเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาที่จ้องแต่จะเคลมวัฒนธรรมและหาช่องเอาเปรียบไทยอยู่ตลอดเวลา มีเพื่อนบ้านพฤติกรรมแบบนี้ เรายิ่งไม่ควรมาเสียเวลาแบ่งพรรคแบ่งพวกเรื่องงบสาธารณสุขกันเองให้ประเทศอ่อนแอลง
ที่ดินน่ะเขาให้ด้วยใจ แต่งบประมาณของรัฐมันดันเดินตามสังกัดทางการเมืองวันนั้นเขาจึงไม่ได้วัดกันที่มูลค่าของที่ดิน แต่วัดกันที่ความกล้าในการพูดความจริงออกมากลางเวทีต่างหาก