ช็อก! สาว18ค้างบิลโฮสต์6หมื่น โดนหั่นผมใช้หนี้

กรณีหญิงสาวเข้าไปเที่ยวร้านบาร์โฮสต์แล้วเช็กบิลออกมาสูงถึง 60,000 บาท จุดเริ่มต้นมาจากการที่ร้านตรวจบัตรประชาชนแล้วเห็นว่าตัวเลขระบุอายุ 20 ปี จึงยอมเปิดประตูให้เข้าไปใช้บริการ โดยตรวจดูแค่ตัวเลขบนบัตรอย่างละเอียด แต่ไม่ได้ประเมินเลยว่าลูกค้าที่อยู่ตรงหน้าจะมีกำลังจ่ายหรือไม่ ตลอดทั้งคืนมีการสั่งเครื่องดื่มให้พนักงานถึง 200 ดื่ม ในราคาดื่มละ 250 บาท ผ่านการอนุมัติเสิร์ฟทีละแก้วๆ อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีใครในร้านเอะใจหรือกดปุ่มหยุด จนกระทั่งเวลาเที่ยงคืนเมื่อถึงเวลาเช็กบิล ตัวเลขทะยานไปถึงหลักหกหมื่น ทางร้านจึงยอมให้เธอนั่งรอเพื่อติดต่อหาคนโอนเงินมาเคลียร์
เวลาล่วงเลยไปจนถึง 8 โมงเช้าของวันใหม่ เมื่อเงินที่รอยังไม่มีวี่แววว่าจะโอนเข้ามา ทางร้านจึงตัดสินใจหยิบกรรไกรขึ้นมาตัดผมของลูกค้าสาวรายนี้เพื่อเป็นการลงโทษและหักหนี้ เส้นผมของมนุษย์ไม่ได้มีราคาประเมินอยู่ในเมนูของร้าน และไม่รู้ว่าใครเป็นคนตั้งราคา แต่กลับกลายเป็นสิ่งเดียวที่บาร์โฮสต์แห่งนี้ยึดไว้ได้จริงในเช้าวันนั้น พฤติกรรมตั้งศาลเตี้ยกักขังแล้วลงมือลงโทษกันเองแบบนี้ เอาตรงๆ นึกว่าเกิดในประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาที่กฎหมายบ้านเมืองดูจะลุ่มๆ ดอนๆ ไร้มาตรฐานเสียอีก แต่นี่คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบ้านเราที่มีกฎหมายคุ้มครองชัดเจน
ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ผู้จัดการบาร์โฮสต์แห่งนี้ได้ออกมาเปิดปากชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อหน้าเจ้าหน้าที่ โดยยืนยันหนักแน่นว่าทางร้านไม่ได้มีการทำร้ายร่างกายลูกค้าสาวแต่อย่างใด เป็นเพียงการตัดผมเท่านั้น และตอนนี้พร้อมที่จะพูดคุยไกล่เกลี่ยเพื่อให้เรื่องจบลงด้วยดี นอกจากนี้ทางผู้จัดการร้านยังได้ฝากข้อคิดเป็นอุทาหรณ์ทิ้งท้ายไว้ให้คนเที่ยวกลางคืนด้วยว่า
มีเงินหมื่น ควรใช้แค่แปดพัน
สิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องตลกร้ายในสังคม เพราะคนที่ออกมาสอนเรื่องการประมาณตนและการบริหารเงิน คือคนเดียวกับที่เพิ่งอนุมัติวางบิลจำนวน 200 ดื่ม ไว้ตรงหน้าลูกค้าที่ความจริงแล้วอายุเพียงแค่ 18 ปีเท่านั้น แม้ว่าในมุมของร้านหนี้ก้อนนี้อาจจะถือว่าจบลงไปแล้วตั้งแต่คืนนั้นด้วยการใช้เส้นผมแลก แต่ในความเป็นจริง คลิปวิดีโอเหตุการณ์นี้ยังคงถูกแชร์ว่อนเน็ตและยังไม่จบลงง่ายๆ แน่นอน เพราะล่าสุดตำรวจเตรียมเอาผิดร้านเพิ่มเติมฐานหละหลวมปล่อยให้เยาวชนอายุไม่ถึงเกณฑ์เข้าไปมั่วสุมใช้บริการ