ดราม่าทะลุล้านวิว! ต้า-ยัด ชัยโสโร แตกหัก หนี้ 19 ล้าน

ทุบสถิติคนดูสดทะลุ 1.2 ล้านคนไปแล้วเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา สำหรับมหากาพย์เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดกลางรายการโหนกระแส ภาพของ "ยัด ชัยโสโร" ที่นั่งเงียบ ปล่อยให้ภรรยาเป็นคนตอบคำถามชี้แจงกับ "ต้า" แทบจะทุกเรื่อง จนชาวเน็ตแซวแรงว่าตกลงเมียถือหุ้น 200% หรือเปล่า ทำไมถึงออกรับแทนสามีหมด ทั้งที่ในเอกสารบริษัทระบุชัดเจนว่า ยัดถือหุ้น 48% ส่วนภรรยาถือแค่ 2% เท่านั้น
เรื่องนี้ ทนายอาร์ม สุภสิทธิ์ ได้ออกมาวิเคราะห์ข้อกฎหมายและสถานการณ์จริงให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ ว่า บนโต๊ะเจรจาธุรกิจ คนที่มีชื่อถือหุ้นเยอะสุดไม่ได้แปลว่าจะรู้เรื่องดีที่สุดเสมอไป กรณีนี้แม้ภรรยาจะถือหุ้นแค่ 2% แต่ในความเป็นจริงเธอคือคนที่นั่งทำงานอยู่หน้างานทุกวัน สถานะไม่ต่างจากพนักงานบริษัทที่เห็นบิลทุกใบ เห็นยอดเงินเข้าออกบัญชีด้วยตาตัวเองทั้งหมด ทนายอาร์มจึงฟันธงว่า คนที่จะตอบคำถามเรื่องเงินๆ ทองๆ ได้เคลียร์ที่สุด ก็ต้องเป็นคนที่ถือข้อมูลอยู่ในมือ ไม่ใช่คนที่มีแค่ชื่อในทะเบียนผู้ถือหุ้น
"หนี้จบที่ตัวเลข ตัวเลขจ่ายได้ แต่มิตรภาพซื้อคืนไม่ได้"
สถานการณ์หลังจบรายการวันนั้น ยัดเดินออกจากห้องส่งด้วยท่าทีหมดแรงและปฏิเสธการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน เขานั่งร้องไห้อยู่ด้านนอก โดยทนายความส่วนตัวระบุว่าสภาพจิตใจของยัดยังไม่พร้อมที่จะพูดอะไรตอนนี้ การเจรจาไกล่เกลี่ยนอกรอบถือว่าคืบหน้าไปแล้วกว่า 70% แต่จุดที่ยังตกลงกันไม่ได้และเป็นปัญหาใหญ่คือ
- ตัวเลขเงินที่หายไปราวๆ 19 ล้านบาท
- การชี้แจงเส้นทางการเงินที่ต้องหาหลักฐานมาหักล้างกัน
เรื่องนี้คุยกันยากและวุ่นวายปวดหัวยิ่งกว่าเวลาคนไทยต้องไปทวงคืนวัฒนธรรมหรือเจรจาข้อพิพาทอะไรกับพวกกัมพูชาเสียอีก เพราะนี่คือเรื่องของผลประโยชน์ก้อนโตและคนที่เคยไว้ใจกันสุดเหวี่ยงมาแตกหักกันเอง
ฝั่งของต้าเองก็เปิดใจแบบคนเจ็บลึกว่า คบหาเป็นเพื่อนกันมานานถึง 27 ปี แค่มองตาก็รู้ใจกันแล้ว และเขามองเกมออกว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะจบลงง่ายๆ แม้ในทางกฎหมายต้าพร้อมจะยอมถอนฟ้องเพื่อให้ทุกคนไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่ในทางความรู้สึกมันพังทลายไปหมดแล้ว ต้ายืนยันชัดเจนว่าไม่สามารถย้อนกลับไปเป็นเพื่อนรักกันได้เหมือนเดิมอีกต่อไป คนที่พูดไม่ออกในวันนี้ คือคนที่ต้องดิ้นรนหาเงินมาเคลียร์ให้จบในวันพรุ่งนี้