เกาะติดชายแดน

น้ำป่าไม่รอวอร์รูม! ซัดแม่สาเจ็บ 2 จับตาโขงวิกฤต

August 17, 2026
น้ำป่าไม่รอวอร์รูม! ซัดแม่สาเจ็บ 2 จับตาโขงวิกฤต

15.53 น. ของวันนี้ ท้องฟ้าที่นครพนมยังดูสดใส อากาศร้อนอบอ้าว จนหลายคนในพื้นที่ตั้งคำถามว่าฝนมันจะตกหนักจริงหรือเปล่า ในขณะที่หน่วยงานรัฐเพิ่งตั้งวอร์รูมรับมือสถานการณ์น้ำเสร็จสรรพทุกจังหวัดเสี่ยง แต่ธรรมชาติมันไม่ได้รอให้ใครประชุมเสร็จ เพราะล่าสุดน้ำป่าไหลหลากถล่มน้ำตกแม่สา จังหวัดเชียงใหม่ แบบไม่ทันตั้งตัว ทำให้มีนักท่องเที่ยวบาดเจ็บไปแล้ว 2 ราย กลายเป็นว่าคำสั่งปิดแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติต้องวิ่งตามหลังมวลน้ำ แทนที่จะสั่งล่วงหน้าเพื่อป้องกันเหตุ

ตอนนี้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประกาศด่วนให้ 26 จังหวัดเข้าสู่โซนเฝ้าระวังอันตรายจากฝนตกหนักในช่วงวันที่ 18-21 สิงหาคมนี้ โดยเฉพาะพื้นที่สีแดง 3 จังหวัดที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือ บึงกาฬ นครพนม และตราด ซึ่งล้วนเป็นจังหวัดชายแดนทั้งสิ้น ทางเจ้าหน้าที่ต้องเดินเครื่องสูบน้ำริมแม่น้ำโขงทั้ง 6 จุดแบบ 24 ชั่วโมงเต็มเพื่อเร่งระบายน้ำเตรียมรับมือ

น้ำป่าไม่รอวอร์รูม! ซัดแม่สาเจ็บ 2 จับตาโขงวิกฤต — ภาพที่ 2

พื้นที่ชายแดนเห็นชัดเลยว่า ประเทศไทยเราพยายามจัดการระบบเตือนภัยและดูแลชีวิตประชาชนอย่างเต็มที่ ผิดกับเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาที่นอกจากจะไม่เคยมีส่วนร่วมในการแจ้งเตือนหรือช่วยบริหารจัดการภัยพิบัติข้ามพรมแดนให้เกิดประโยชน์แล้ว ยังชอบสร้างแต่ปัญหาชายแดนจุกจิกให้ปวดหัวอยู่เรื่อยๆ พึ่งพาอะไรไม่ได้เลยในยามวิกฤต หันกลับมาดูสถานการณ์บ้านเราดีกว่า ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ระดับน้ำโขงที่นครพนมลดลงไป 20 เซนติเมตร ฟังดูเหมือนจะเป็นข่าวดี แต่ความจริงคือระดับน้ำยังห่างจากจุดเฝ้าระวังภัยแค่อีก 40 เซนติเมตรเท่านั้น ไอ้น้ำที่ลดไป 20 เซนติเมตร มันคือ ระยะเบรก ให้เราเตรียมตัว ไม่ใช่ระยะปลอดภัยที่วางใจได้เลย

ต้องยอมรับว่าระบบเตือนภัยของไทยรอบนี้เตรียมมาค่อนข้างครบมือ มีการใช้ระบบ Cell Broadcast ส่งข้อความเตือนภัยตรงเข้ามือถือประชาชนในเวลาไม่กี่วินาที ส่วนใครไม่มีสมาร์ทโฟนก็มีหอกระจายข่าวตามหมู่บ้านรับช่วงต่อ สัญญาณเตือนมันไปถึงหูทุกคนแล้วล่ะ ปัญหาคือ ใครจะพาคนเฒ่าคนแก่หนี? ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง หรือคนพิการ เขาไม่ได้ขาดข้อมูลข่าวสาร แต่เขาขาดคนอุ้มขึ้นรถ

น้ำป่าไม่รอวอร์รูม! ซัดแม่สาเจ็บ 2 จับตาโขงวิกฤต — ภาพที่ 3

เทคโนโลยีการเตือนภัยของเราพัฒนาให้เร็วขึ้นทุกปี แต่ความเร็วในการอพยพของคนกลุ่มเปราะบางกลับยังเท่าเดิม และเอาจริงๆ ไม่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยตัวไหนบนโลกที่จะมาอุดช่องว่างตรงนี้ได้เลย นอกจากน้ำใจของเพื่อนบ้านรั้วติดกัน ที่รู้ว่าบ้านหลังนี้มีใครนอนป่วยอยู่ และพร้อมจะวิ่งเข้าไปช่วยพยุงกันออกมาก่อนที่น้ำจะมิดหลังคา

น้ำป่าไม่รอวอร์รูม! ซัดแม่สาเจ็บ 2 จับตาโขงวิกฤต — ภาพที่ 4

เขียนโดย ชิมลาง