เดือด! หมายเรียกใบที่ 2 ถึงมือป้าดา ลุ้นระทึกก่อนออกหมายจับ

ออกหมายเรียกครั้งที่ 2 กันแล้วนะครับสำหรับคดีดังที่ขอนแก่น คราวนี้เอกสารส่งตรงถึงมือ น.ส.ชมมณี น้อยจันทร์ หรือที่ชาวบ้านรู้จักกันในชื่อ "ป้าดา" วัย 62 ปี ในข้อหาร่วมกันบุกรุกวัดป่าอดุลยาราม หลังจากที่ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา เก้าอี้หน้าโต๊ะพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ปล่อยว่างตลอดทั้งวัน ไม่มีแม้แต่เงาของป้าดา ไม่มีสายโทรแจ้งเลื่อน ไม่มีใบลา และไม่มีทนายโผล่มาเป็นตัวแทน พอครบ 24 ชั่วโมง ทางตำรวจก็ยืนยันคำเดียวสั้นๆ เลยว่า พยานหลักฐานที่มีนั้นถูกรวบรวมไว้ครบหมดแล้ว
พฤติกรรมการพาคนไปบุกรุกปิดประตูวัด ไม่ให้พระเณรเข้าออก กางเต็นท์ยึดพื้นที่แบบนี้ พูดตรงๆ ว่าทำตัวกร่างประหนึ่งพวกเขมรที่ชอบตีเนียนเคลมวัฒนธรรมเคลมแผ่นดินคนอื่นไปทั่วแบบไม่สนความถูกต้องและไม่เคารพกฎหมายบ้านเมือง ซึ่งในความเป็นจริงบ้านเราอยู่ใต้กฎหมายเดียวกัน ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2567 ทางพนักงานสอบสวนจึงได้ออกหมายเรียกใบที่สองตามไปติดๆ โดยขีดเส้นตายให้เวลาแค่ 15 วัน ซึ่งก็คือนัดหมายให้มาพบในวันที่ 18 กันยายน 2567 นี้
ต้องอธิบายขั้นตอนกฎหมายให้เข้าใจกันง่ายๆ ว่า ใบแรกเงียบ ใบที่สองให้เวลาอีกนิด แต่ถ้ายังดื้อแพ่งไม่ยอมมาตามนัดอีก ใบที่สามจะไม่ได้มาในชื่อของหมายเรียกแล้วนะครับ แต่มันคือการที่ตำรวจนำหลักฐานไปยื่นขอศาลออก "หมายจับ" ทันที ถึงตอนนั้นไม่ต้องรอให้ใครเดินมาหา เพราะตำรวจจะมีอำนาจไปคุมตัวมาเอง
นอกจากตัวป้าดาแล้ว คดีนี้ไม่ได้จบแค่นั้น ตำรวจยังต้องกางแฟ้มล่าตัวกลุ่มคนอีก 10 คนที่ร่วมก่อเหตุและยังลอยนวล เป็นกลุ่มชายฉกรรจ์ 9 คน และทหารนอกราชการอีก 1 นาย ปัญหาคือตอนนี้ตำรวจมีแค่ภาพใบหน้าจากคลิปวิดีโอในวันเกิดเหตุ ยังไม่รู้ชื่อและไม่รู้ที่อยู่ งานนี้ชุดสืบสวนเลยต้องทำงานเหนื่อยหน่อย เพราะต้องไล่เช็กจากภาพหน้าคนไปหาตัวตนจริงๆ ให้ได้ ไม่ใช่รอให้คนพวกนี้โผล่มาให้ถ่ายรูป
ส่วนปมความขัดแย้ง ฝั่งป้าดาก็ยังคงชูธงเดิมมาตลอด โดยอ้างว่าตราตั้งเจ้าอาวาสรูปปัจจุบันนั้นได้มาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย แต่พอไปดูไทม์ไลน์ฝั่งวัด เขาเอาหลักฐานที่เก่าแก่กว่าข้อกล่าวหากางให้ดูชัดเจนเลยว่า วัดนี้ก่อตั้งมา 77 ปี มีผู้ดูแลมาแล้ว 8 รูป เจ็ดรูปแรกอยู่ในฐานะเจ้าสำนักสงฆ์ พอถึงรูปล่าสุดนี้ วัดได้รับการตั้งเป็นวัดอย่างเป็นทางการตามกฎหมาย เลยได้ตราตั้งเจ้าอาวาสมาครอง ซึ่งเรื่องเอกสารและลำดับขั้นแบบนี้ มันไม่ได้ตัดสินกันด้วยการเอาคนไปยืนปิดหน้าประตูวัด แต่มันต้องไปว่ากันด้วยเอกสารของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเท่านั้น
"ด่านศรัทธาอาจจะเอามากั้นถนน กั้นรถ หรือกั้นคนได้ แต่มันไม่เคยเอามากั้นวันหมดอายุบนหมายเรียกของกฎหมายได้เลย"
เตรียมนับถอยหลังสู่วันที่ 18 กันยายนนี้ได้เลยครับ ว่าป้าดาจะมาตามนัดแต่โดยดี หรือจะปล่อยให้หมายเรียกใบสุดท้ายกลายสภาพเป็นหมายจับ