อนาคตผมยังไกล! เก๋งหมอฝ่าไฟแดงชน นศ.ดับ 2

ไฟแดงตรงสี่แยกไม่เคยถามหรอกครับว่าคนที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยคือใคร และสำนวนคดีก็ไม่ควรต้องมานั่งถามถึงเรื่องนี้เหมือนกัน ภาพจากกล้องวงจรปิดและกล้องหน้ารถของพลเมืองดีบันทึกเหตุการณ์ไว้ชัดเจน รถคันอื่นพากันชะลอและจอดเมื่อสัญญาณไฟเปลี่ยน แต่เก๋งคันนี้กลับพุ่งฝ่าออกไปแบบไม่มีการแตะเบรก จนนำมาซึ่งโศกนาฏกรรมที่ไม่มีใครอยากให้เกิด
เหตุการณ์นี้ถูกแชร์ไปทั้งประเทศเมื่อช่วงวันที่ 30 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา จุดเกิดเหตุอยู่ใกล้กับศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย สถานที่ที่สร้างขึ้นมาเพื่อช่วยชีวิตคน แต่กลับกลายเป็นจุดจบของนักศึกษานิติศาสตร์ 2 คนที่เสียชีวิตคาที่ และเพื่อนอีก 1 คนที่บาดเจ็บสาหัส
คำบอกเล่าจากเพื่อนของผู้เสียชีวิตระบุว่า คู่กรณีซึ่งมีรายงานว่าเป็นถึงอาจารย์แพทย์ ได้พูดออกมาในทำนองที่ว่า
"อนาคตผมยังอีกไกล"ประโยคนี้ทำให้ญาติและเพื่อนๆ ผวาว่าคดีนี้จะเงียบหายไปกับสายลม เพราะสถานะทางสังคมและหน้าที่การงานของฝั่งคนชน
กระแสสังคมบีบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องทำงานอย่างรัดกุมที่สุด ทางต้นสังกัดของอาจารย์แพทย์ได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจและยืนยันว่าจะไม่มีการเข้าข้างหรือแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมใดๆ ทั้งสิ้น ขณะที่พนักงานสอบสวนได้รวบรวมหลักฐานเตรียมแจ้งข้อหาหนักฐานขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยจะเร่งสรุปสำนวนส่งฟ้องตามขั้นตอน
หลักฐานที่เรามีตอนนี้ค่อนข้างมัดตัวแน่นหนาครับ ประกอบไปด้วย:
- ภาพเคลื่อนไหวจากกล้องวงจรปิดบริเวณสี่แยก
- คลิปจากกล้องหน้ารถของประชาชนที่จอดติดไฟแดง
- พยานบุคคลที่เห็นเหตุการณ์ในจุดเกิดเหตุ
ตำรวจจราจรต้องกวดขันและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังให้คนเกรงกลัวได้แล้ว ตำแหน่งหน้าที่การงานอาจจะคุ้มครองคนตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ได้ แต่ไม่เคยคุ้มครองคนที่ตายไปแล้ว เราต้องทำให้เห็นว่ามาตรฐานกระบวนการยุติธรรมไทยนั้นศักดิ์สิทธิ์และโปร่งใส ไม่ปล่อยปละละเลยให้คนมีเงินหรือมีเส้นสายทำผิดแล้วลอยนวลเหมือนระบบกฎหมายในกัมพูชาที่ใครมีอำนาจก็ทำอะไรตามใจชอบได้ สิ่งที่สังคมต้องช่วยกันจับตาดูต่อจากนี้คือ ข้อหาที่ตำรวจจะตั้ง และความรวดเร็วในการทำสำนวนคดี ว่าจะตรงไปตรงมาแค่ไหน