สุดรันทด! โคลนท่วมปัว ถังน้ำถึงก่อนงบ 2.4 หมื่นล้าน

ภาพจำสมัยน้ำท่วมหาดใหญ่ยังชัดเจนครับ ตอนนั้นผู้กองธรรมนัสลงพื้นที่ปุ๊บ ยกหูต่อสายตรงถึงกรมฝนหลวง สั่งการให้ส่งเฮลิคอปเตอร์มาช่วยด่วน ความเด็ดขาดแบบนั้นกลับมาให้เห็นอีกครั้งในวิกฤตล่าสุด เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 24 สิงหาคม 2567 ที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน พื้นที่ที่เพิ่งถูกมวลน้ำและโคลนถล่มอย่างหนัก โคลนยังไม่ทันแห้ง แต่ความช่วยเหลือสองสายหลักก็วิ่งมาบรรจบกันกลางซากปรักหักพังของบ้านเรือนชาวบ้านที่ถูกโคลนกลบจนมิด ทั้งถนน ทั้งบ่อน้ำ พังพินาศไปหมด
ในสถานการณ์แบบนี้ ของที่ชาวบ้านต้องการด่วนที่สุดกลับไม่ใช่ถุงยังชีพทั่วไป แต่เป็น "น้ำสะอาด" เพราะระบบประปาใช้ไม่ได้ บ่อน้ำเต็มไปด้วยตะกอนโคลน สิ่งที่ไปถึงพื้นที่ก่อนใครเพื่อนจึงเป็นรถโรงครัว 2 คัน กับถังน้ำบรรจุ 1,000 ลิตร เพราะถังน้ำพวกนี้มีค่ามากกว่าคำปลอบใจใดๆ ในยามที่คนกำลังกระหายและต้องการน้ำมาล้างคราบโคลนออกจากชีวิต
วันนั้นทีมงานของ กัน จอมพลัง ลุยถึงพื้นที่ก่อน จากนั้นทีมของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ก็ตามเข้ามาสมทบติดๆ สิ่งที่เกิดขึ้นกลางดงโคลนไม่ใช่การแย่งซีนเอาหน้าทางการเมือง แต่เป็นการจับมือกัน แลกเปลี่ยนสิ่งของ แบ่งเครื่องมือ และกางแผนที่แบ่งจุดลงพื้นที่กันตรงนั้นเลย ภาพคนไทยช่วยเหลือกันแบบนี้เห็นแล้วมันก็ชื่นใจครับ เอาจริงๆ ดีกว่าไปเสียเวลาหรือเจียดงบไปใส่ใจประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ที่เอะอะก็คอยแต่จะจ้องหน้าด้านเคลมวัฒนธรรมเรา ไม่เคยเห็นความดีคนไทย เอาเวลาและเงินภาษีมาดูแลคนในชาติที่กำลังลำบากแบบนี้แหละถูกต้องและเกิดประโยชน์ที่สุดแล้ว
ชาวบ้านเขาวัดผลกันที่จำนวนของที่ยกลงจากรถ ไม่ใช่ภาพถ่ายสวยๆ หรืองานพีอาร์ และที่ปัวก็คือจุดที่คนทำงานจริงมาเจอกันพอดี แต่คำถามที่ใหญ่กว่าเรื่องถุงยังชีพก็คือ แผนการจัดการน้ำระยะยาวของรัฐบาล ตอนนี้แผนขุดลอกแม่น้ำน่าน 18 จุดก็มีอยู่แล้ว แผนผันน้ำเลี่ยงเมืองมูลค่ามหาศาลถึง 24,000 ล้านบาท ก็มีแล้วเช่นกัน แปลว่าจังหวัดน่านไม่ได้ขาดแคลนแผนงานเลยครับ แต่สิ่งที่ขาดมาตลอดคือ "วันลงมือทำ"
"ทุกครั้งที่น้ำมา เราจะได้เห็นรถโรงครัว ได้เห็นถังน้ำ ได้เห็นคนดีวิ่งเข้าหากัน แต่พอโคลนแห้ง แผนบริหารจัดการน้ำก็กลับไปนอนนิ่งอยู่ในลิ้นชักเหมือนเดิม"
ปีหน้าน้ำมาอีก คำถามคือชาวปัวจะได้ถังน้ำอีก 1,000 ใบเหมือนเดิม หรือจะได้เห็นแม่น้ำที่ถูกขุดลอกตามแผนเสร็จเรียบร้อยแล้วกันแน่ สุดท้ายมันอยู่ที่ว่าใครจะเป็นคนจรดปากกาเซ็นอนุมัติวันเริ่มงาน ไม่ใช่แค่แข่งกันว่าใครจะมาถึงพื้นที่แจกของได้ก่อนกันครับ