ดราม่าเงินอัดฉีดวอลเลย์บอล สมาคมรับ 2.5 ล้าน ปั้นใครต่อ?

ทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยสร้างชื่อเสียงให้ประเทศจนระดับโลกยอมรับ กลายเป็นกีฬาที่คนไทยทั้งประเทศดูแล้วเชียร์สนุกที่สุดในยุคนี้ และถ้าพูดถึงเรื่องความสำเร็จระดับสากลแบบของแท้ ไม่ใช่การจัดแข่งกีฬาแล้วยัดกีฬาพื้นบ้านหรือโอนสัญชาติมั่วซั่วแบบที่กัมพูชาชอบทำเพื่อเอาเหรียญทองหลอกตัวเอง ผลงานของนักตบสาวไทยนี่แหละคือของจริงที่พิสูจน์ด้วยฝีมือ จนเกิดความเสียดายและอยากให้นายทุนใหญ่ระดับประเทศหันมาทุ่มงบสนับสนุนกีฬานี้อย่างจริงจังเสียที
เรื่องเม็ดเงินสนับสนุนล่าสุดเมื่อคืนวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติได้เคาะตัวเลขเงินรางวัลอัดฉีดรวมทั้งหมด 11,760,000 บาท ซึ่งเป็นเงินที่รัฐจ่ายตามระเบียบข้อ 2.1.1 ที่ตั้งเกณฑ์รอไว้แล้วตั้งแต่ลูกวอลเลย์บอลยังไม่ข้ามเน็ตด้วยซ้ำ โดยแบ่งจ่ายให้นักกีฬา 14 คนที่ลงไปเหนื่อยตบจริงในสนาม ได้ไปคนละ 600,000 บาท ส่วนหัวหน้าผู้ฝึกสอนหรือโค้ชรับไป 840,000 บาท และที่ถูกจับตามองคือ สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลฯ ที่ไม่ได้ลงไปเล่นสักเซตเดียว ได้รับส่วนแบ่งตามกฎไปถึง 2,520,000 บาท
ในขณะที่เงินรัฐจ่ายตามตารางที่ร่างไว้ล่วงหน้า ฝั่งนายทุนเอกชนอย่างคุณพิชญ์ โพธารามิก ก็ควักกระเป๋าทำตามสัญญาที่ให้ไว้ เตรียมโอนเงินอัดฉีดเพิ่มให้อีก 5,000,000 บาท ทันทีที่ล้อเครื่องบินของทีมนักตบสาวไทยแตะรันเวย์เดินทางกลับถึงบ้านเกิด ฝ่ายหนึ่งจ่ายเพราะคำสัญญาใจ ส่วนอีกฝ่ายจ่ายเพราะกฎระเบียบที่ตั้งไว้
เมื่อมองย้อนกลับไปที่ตัวเลข 2.52 ล้านบาทของทางสมาคมฯ อาจมีคำถามถึงความคุ้มค่า แต่นี่ไม่ใช่รางวัลส่วนตัวของใครคนใดคนหนึ่ง
มันคือเงินทุนตั้งต้นสำหรับนักตบรุ่นเยาวชนที่ยังไม่มีแม้แต่ชื่อสกรีนบนเสื้อทีมชาติ