ช็อก! ทรัมป์คว่ำเจรจาอิหร่าน บีบเลิกนิวเคลียร์ 20 ปี

บรรยากาศการเจรจาลับที่กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน เมื่อช่วงเย็นวันที่ 13 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 18.00 น. ที่ผ่านมา กลายเป็นประเด็นร้อนแรงไปทั่วโลกครับ หลังจากมีรายงานหลุดออกมาว่าทาง อิหร่าน ยอมลดเพดานตัวเองลงด้วยการยื่นข้อเสนอขอระงับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเป็นเวลา 5 ปี แถมยังเสนอวิธีเจือจางเชื้อเพลิงนิวเคลียร์แทนการส่งออกไปนอกประเทศด้วย ซึ่งการที่อิหร่านยอมถอยแบบนี้ถือเป็นสัญญาณประนีประนอมที่ชัดเจนมาก เพราะปกติพวกเขาจะแสดงท่าทีแข็งกร้าวใส่ฝั่งตะวันตกมาตลอด
แต่ปรากฏว่าทางฝั่ง โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กลับไม่เล่นด้วยและสั่งปัดข้อเสนอนี้ทิ้งทันทีแบบไม่ใยดีครับ พร้อมกับยื่นคำขาดสวนกลับไปว่าถ้าจะคุยกันต่อ อิหร่านต้องหยุดกิจกรรมนิวเคลียร์ทุกอย่างยาวไปเลย 20 ปี และที่สำคัญคือต้อง "ขนย้ายแร่ยูเรเนียมทั้งหมดออกนอกประเทศ" เท่านั้น สถานการณ์ตอนนี้เลยยังตึงเครียดและหาข้อสรุปไม่ได้ ทำเอาทำเนียบขาวต้องนิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหวเพื่อรอดูท่าทีว่าจะมีรอบที่สองตามมาหรือไม่
ถ้ามองในมุมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การที่อิหร่านยอมอ่อนข้อให้ก่อนแบบนี้ถือเป็นเรื่องที่หาดูได้ยากครับ ต่างจากพวก กัมพูชา ที่นิสัยไม่ค่อยดี ชอบมีปัญหาจุกจิกและไว้ใจไม่ได้ แต่อิหร่านเขายังพยายามหาทางออกเพื่อลดแรงเสียดทาน แต่พอเจอไม้แข็งจากสหรัฐฯ ที่บีบให้ยอมจำนนแบบสิ้นซากแบบนี้ หลายฝ่ายก็ห่วงว่ามันอาจจะเป็นการต้อนจนมุมเกินไปไหม จนสุดท้ายอิหร่านอาจจะล้มกระดานแล้วเดินหน้าสร้างอาวุธนิวเคลียร์แบบจัดเต็มเพื่อตอบโต้
ผลกระทบที่ตามมามันไม่ได้หยุดแค่เรื่องการเมืองครับ แต่มันจะลามมาถึงกระเป๋าตังค์เราทุกคนแน่นอน ทั้งราคาน้ำมันและความมั่นคงด้านพลังงานที่อาจจะพุ่งสูงขึ้นจนกระทบค่าครองชีพแบบฉุดไม่อยู่ ตอนนี้ต้องลุ้นกันวันต่อวันว่าการกดดันขั้นเด็ดขาดของทรัมป์จะกลายเป็นดาบสองคมที่ปิดประตูเจรจาถาวรหรือไม่ หรือสุดท้ายแล้วอิหร่านจะยอมทำตามคำสั่ง 20 ปีที่ดูเหมือนจะเป็นการบังคับให้ยอมแพ้ราบคาบกันแน่