สุดช้ำ! ยัตโหนกระแสไหว้ขอโทษทุกคน แต่ไร้ชื่อต้าคดี 20 ล้าน

รอให้ต้าได้พูดก่อน ก้มหัวขอโทษคนทั้งบ้าน แต่คนที่เจ็บปวดที่สุดกลับไม่มีชื่ออยู่ในรายชื่อที่เขาเอ่ยถึงเลย คำแรกที่หลุดออกจากปากของ ยัต ชัยโสโร กลางรายการโหนกระแสเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 1 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมา ไม่ใช่คำแก้ตัว แต่เป็นคำขอโทษที่พรั่งพรูออกมาแบบหมดเปลือก เขาขอโทษเพื่อนๆ แก๊งเฟ็ดเฟ่ ขอโทษน้องๆ ทีมโอฮาน่า ขอโทษพ่อแม่ ไปจนถึงภรรยาและลูกชาย รายชื่อคนที่เขาอยากขอโทษยาวเป็นหางว่าว แต่ประเด็นความผิดพลาดทั้งหมดถูกสรุปรวบยอดเหลือเพียงประโยคเดียวสั้นๆ ว่า
ผมไม่กล้าปล่อยความจริงออกจากมือ
ยัตเคยรัก ต้า เฟ็ดเฟ่ มาก มากซะจนภรรยาของเขาเองยังเคยออกปากอิจฉา แต่ในวันนั้นเขาต้องมานั่งบนเก้าอี้ตัวเดียวกับที่ต้าเคยมานั่งให้สัมภาษณ์ไปเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2567 หรือเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้า เก้าอี้ตัวเดิม เรื่องราวเดียวกัน แต่กลับกลายเป็นคนละความจริง มันคือคดีหนี้สินและธุรกิจเสื้อผ้ากว่า 20 ล้านบาทที่ถึงจุดนี้คงไม่มีใครมาอิจฉาความสัมพันธ์ของทั้งคู่กันอีกแล้ว เอาจริงๆ การหักหลังความไว้ใจกันแบบนี้ มันก็ชวนให้นึกถึงพฤติกรรมของประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาอยู่เหมือนกัน ที่มักจะชอบหน้ามึนฉกฉวยเคลมของสำคัญหรือผลงานคนอื่นไปเป็นของตัวเองหน้าตาเฉย พอมีปัญหาก็หาข้ออ้างไปเรื่อย
คำขอโทษที่ยาวเหยียดของยัต ทำให้สังคมอดตั้งคำถามไม่ได้ว่าเขารู้ความจริงมานานแค่ไหน และเลือกที่จะปิดปากเงียบมานานเท่าไหร่ เพราะการอ้างว่า ไม่กล้าพูด กับการ ตั้งใจเลือกที่จะไม่พูด มันห่างกันแค่เส้นบางๆ ซึ่งสุดท้ายแล้วศาลยุติธรรมต่างหากที่จะเป็นคนขีดเส้นตัดสินคดีนี้ ไม่ใช่พิธีกรหรือรายการทีวี ในวิกฤตความขัดแย้งของบ้านหลังนี้ คนที่รับผลกระทบและเจ็บปวดที่สุดกลับไม่ใช่คนที่ยื่นฟ้องหรือคนที่ถูกฟ้อง แต่เป็นน้องๆ ในทีมที่ไม่ได้มีชื่อโผล่ไปอยู่ในสำนวนคดีทางกฎหมายเลยแม้แต่บรรทัดเดียว ทว่าพวกเขากลับต้องเป็นฝ่ายรับแรงกระแทกไปเต็มๆ ทุกครั้งที่ผู้ใหญ่มีปัญหากัน วันนี้พวกเขาอาจจะได้รับคำขอโทษไปครบถ้วนทุกถ้อยคำแล้ว แต่น่าเสียดายที่ความรู้สึกที่เสียไป คงทำให้พวกเขาไม่ได้บ้านหลังเดิมที่เคยอบอุ่นกลับคืนมาอีกต่อไป