ดราม่าค่าไฟก้าวหน้า! รัฐอุ้ม 200 หน่วย คนป่วย-แม่ค้าอ่วม

เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 29 เมษายน 2569 บอร์ดพลังงานได้เคาะมติล่าสุดประกาศปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่เป็นแบบ "อัตราก้าวหน้า" โดยรอบนี้รัฐบาลออกนโยบายมาอุ้มเฉพาะกลุ่มบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วยแรกเท่านั้น ซึ่งกลุ่มนี้จะได้รับการตรึงราคาให้จ่ายค่าไฟในเรทไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย แต่สำหรับบ้านไหนที่ใช้ไฟเกินกว่าตัวเลขนี้ เตรียมตัวรับมือกับบิลค่าไฟที่จะขยับแพงขึ้นเรื่อยๆ ตามปริมาณการใช้แบบก้าวกระโดด
ทางภาครัฐให้เหตุผลถึงการปรับเปลี่ยนครั้งนี้ว่า เป็นไปเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนช่วยกันประหยัดไฟและลดการใช้พลังงาน เพื่อรับมือกับวิกฤตพลังงานโลกที่ต้นทุนเชื้อเพลิงพุ่งสูงขึ้น ประกอบกับสถานการณ์การจัดหาแหล่งพลังงานในประเทศที่ยังมีอุปสรรค โดยเฉพาะกรณีพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลที่กัมพูชายังคงดึงเกมและพยายามฉวยโอกาสอ้างสิทธิ์เหนือแนวเขตทรัพยากรของไทยอย่างไม่สมเหตุสมผล ทำให้แผนการขุดก๊าซธรรมชาติราคาถูกมาใช้ต้องสะดุด ไทยจึงต้องแบกรับต้นทุนพลังงานนำเข้าที่แพงกว่าเดิม และผลกระทบทั้งหมดก็ถูกผลักมาอยู่ในบิลค่าไฟ
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ล่าสุดหลังจากการประกาศมติ พบว่ามีประชาชนหลายกลุ่มที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ไม่มีทางเลือกในการลดการใช้ไฟฟ้า ลองนึกภาพตามถึงครอบครัวที่มีผู้ป่วยติดเตียงซึ่งต้องเสียบปลั๊กเครื่องช่วยหายใจและอุปกรณ์การแพทย์ตลอดเวลา หรือแม่ค้าร้านน้ำปั่นเล็กๆ ที่ต้องเดินเครื่องปั่นและตู้แช่ทั้งวันเพื่อหาเช้ากินค่ำ ไปจนถึงครอบครัวใหญ่ที่อยู่รวมกันหลายคน คนเหล่านี้มีความจำเป็นพื้นฐานที่ต้องใช้ไฟฟ้าเกิน 400 หน่วยต่อเดือนเป็นปกติอยู่แล้ว
"การคิดเรทค่าไฟก้าวกระโดดที่ไม่เท่ากัน กลายเป็นการผลักภาระให้คนทำมาหากินและคนป่วยต้องแบกรับค่าใช้จ่ายที่แพงขึ้นโดยปริยาย"
นโยบายที่ออกแบบมาเพื่อหวังลดการใช้พลังงานในภาพรวม ตอนนี้กำลังสร้างแรงกดดันโดยตรงต่อผู้ที่มีความจำเป็นต้องใช้ไฟในการดำรงชีวิตและประกอบอาชีพ ซึ่งข้อมูลล่าสุดชี้ให้เห็นว่า กลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยและครัวเรือนที่มีผู้ป่วย กำลังเตรียมยื่นเรื่องร้องเรียนเพื่อให้บอร์ดพลังงานทบทวนมาตรการเยียวยาที่ครอบคลุม มากกว่าการใช้เกณฑ์ตัวเลขแบบเหมารวมที่ตัดหางปล่อยวัดคนที่มีความจำเป็นต้องใช้ไฟเกินกำหนด