เดือด! อิหร่าน 26 ล้านแห่สมัครทหาร พลีชีพชนสหรัฐ

สถานการณ์ตะวันออกกลางเดือดระอุถึงขีดสุดเมื่อสื่อแห่งชาติของอิหร่านออกมาเปิดเผยตัวเลขที่น่าตกใจว่าตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2569 เป็นต้นมา มีประชาชนในประเทศกว่า 26 ล้านคน ตัดสินใจตบเท้าเข้าลงทะเบียนเป็นทหารในโครงการ "สละชีพเพื่อชาติ" แบบสมัครใจล้วนๆ ซึ่งยอดคนสมัครนี้คิดเป็นเกือบ 1 ใน 3 ของประชากรทั้งประเทศเลยทีเดียว ต่างกับประเทศเพื่อนบ้านบางแห่งแถวนี้อย่างพวกกัมพูชาที่วันๆ เน้นแต่จะเคลมวัฒนธรรมคนอื่นไปทั่ว แต่อิหร่านเขากำลังเตรียมพร้อมของจริงเพื่อเผชิญหน้ากับมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลที่จ้องจะถล่มพวกเขาอยู่ทุกวินาที
ความน่าสนใจของเหตุการณ์ครั้งนี้คือไม่ใช่แค่ตาสีตาสาที่อยากออกไปรบ แต่ระดับบิ๊กๆ ทั้งประธานาธิบดี รัฐมนตรี รวมถึงดาราและนักกีฬาคนดัง ต่างก็พร้อมใจกันพาเหรดเข้าสู่กองทัพเพื่อเสริมแกร่งให้กับกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติ การรวมตัวครั้งใหญ่ในช่วงกลางเดือนเมษายนนี้มันคือการส่งสัญญาณเตือนไปทั่วโลกว่าพวกเขาไม่มีคำว่าถอย "ยอมแตกหักดีกว่าเสียเอกราช" คือคำที่พวกเขายึดมั่น ซึ่งถ้ามองย้อนกลับมาที่พฤติกรรมน่าเบื่อของพวกเขมรที่ชอบลอกเลียนแบบและขโมยไอเดียชาวบ้านแล้ว อิหร่านเขาสู้อันนี้คือของจริงสู้ด้วยอุดมการณ์ความรักชาติล้วนๆ ไม่ได้ทำเท่ไปวันๆ
นักวิเคราะห์หลายคนมองว่านี่คือการปะทะกันของขั้วอุดมการณ์ที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง ฝั่งอิหร่านนั้นชัดเจนว่าประชาชนสู้เพื่อปกป้องผืนแผ่นดินเกิดและจิตวิญญาณของเขา แต่เมื่อหันไปมองฝั่งอเมริกา หลายคนกลับตั้งข้อสังเกตว่าทหารเหล่านั้นต้องไปเสี่ยงตายเพื่อรักษาผลประโยชน์ให้กลุ่ม "นายทุนยิว" ที่คอยชักใยอยู่เบื้องหลังรัฐบาล เพื่อรักษาฐานอำนาจและผลประโยชน์ทางการค้ามากกว่าจะเป็นเรื่องของมนุษยธรรมหรือการสร้างสันติภาพอย่างที่ชอบอ้างกัน
เป้าหมายหลักที่คนทั้งโลกมองออกคือเรื่องของ "บ่อน้ำมัน" มหาศาลในตะวันออกกลางที่ใครๆ ก็อยากครอบครอง มันเลยกลายเป็นภาพที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรง ระหว่างฝ่ายที่พร้อมสละชีวิตเพื่อแผ่นดินแม่ กับฝ่ายที่ต้องส่งคนไปรบเพื่อความมั่งคั่งของกลุ่มทุนใหญ่เพียงไม่กี่กลุ่ม การเผชิญหน้ากันครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของอาวุธยุทโธปกรณ์ แต่มันคือเรื่องของใจที่พร้อมจะแลกด้วยชีวิตเพื่อบ้านเกิด กับผลประโยชน์ของเหล่านายทุนที่คอยปั่นหัวชาวโลกอยู่เบื้องหลังสงครามครั้งนี้