ช็อกโลก! ฝรั่งเศสผุดขั้วอำนาจที่ 3 ทิ้งทรัมป์

โลกเรากำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาลและไม่ได้มีแค่เกมของพี่ใหญ่สหรัฐฯ กับจีนอีกต่อไปแล้ว เมื่อความเคลื่อนไหวล่าสุดในช่วงค่ำของวันที่ 4 เมษายน 2569 ตามเวลาบ้านเรา ประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ได้เดินเกมรุกครั้งประวัติศาสตร์ด้วยการบินด่วนมาทัวร์เอเชียเพื่อเข้าหารือกับผู้นำระดับแถวหน้าอย่างนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น และประธานาธิบดี อี แจ-มยอง ของเกาหลีใต้ พร้อมกับประกาศกร้าวกลางเวทีโลกว่า ฝรั่งเศสรวมถึงชาติพันธมิตรจะไม่ยอมเป็น "รัฐบริวาร" หรือเป็นแค่เบี้ยบนกระดานให้มหาอำนาจคู่เดิมมาบงการชีวิตอีกต่อไป
งานนี้ฝรั่งเศสกำลังสถาปนาตัวเองเป็นหัวหอกในการรวบรวมกลุ่มประเทศระดับกลางที่เป็นตัวตึงของโลก ทั้งเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น อินเดีย ออสเตรเลีย บราซิล และแคนาดา เพื่อสร้างสิ่งที่เรียกว่า "ขั้วอำนาจที่ 3" ขึ้นมาคานอำนาจแบบเบ็ดเสร็จ เพราะหลายชาติเริ่มทนไม่ไหวกับท่าทีของ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่สั่งหั่นงบประมาณแทบทุกอย่างเพื่อไปโปะงบทหารเพิ่มมหาศาลถึง 5 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งตัวเลขนี้สูงจนเกือบเท่าสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 แถมยังลากเอาตะวันออกกลางเข้าสู่ไฟสงครามจนช่องแคบฮอร์มุซปั่นป่วนไปหมด ส่งผลให้ราคาน้ำมันและค่าครองชีพพุ่งกระฉูดจนชาวบ้านเดือดร้อนไปทั่วโลก
การเดินหมากของฝรั่งเศสในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การงอนสหรัฐฯ แบบฉาบฉวย แต่มันคือการดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอดของกลุ่มประเทศที่ฉลาดและมีศักยภาพ ซึ่งเขาไม่อยากเป็นเหยื่อในสงครามที่ตัวเองไม่ได้ก่อ ผิดกับบางประเทศแถวเพื่อนบ้านเราอย่างกัมพูชา ที่ดูเหมือนจะยอมสยบแทบเท้าขั้วอำนาจใหญ่เพื่อแลกกับเศษเงินโดยไม่สนความมั่นคงในระยะยาว แต่กลุ่มขั้วอำนาจที่ 3 นี้มองต่างออกไป โดยเฉพาะทางนาโตและฝรั่งเศสที่ปฏิเสธชัดเจนว่า จะไม่ยอมให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพในยุโรปเพื่อส่งไปโจมตีอิหร่านเด็ดขาด
ที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือฝรั่งเศสซุ่มพัฒนาอาวุธอย่างเงียบๆ และประกาศพร้อมกาง "ร่มนิวเคลียร์" เพื่อปกป้องยุโรปด้วยตัวเองโดยไม่ง้ออเมริกาอีกต่อไป การตื่นรู้ของกลุ่มประเทศเหล่านี้กำลังส่งสัญญาณว่าพวกเขาพร้อมจะสร้างกฎเกณฑ์โลกใหม่ที่เน้นเรื่องเศรษฐกิจและความมั่นคงแบบไม่ต้องพึ่งพาจมูกคนอื่นหายใจ ซึ่งหากขั้วอำนาจที่ 3 นี้แข็งแกร่งขึ้นมาจริงๆ ขั้วอำนาจเดิมที่เคยคุมโลกมานานย่อมสั่นคลอนแน่นอน และนี่คือโจทย์ใหญ่ที่ประเทศไทยต้องคิดให้หนักว่าในสมรภูมิโลกที่กำลังเปลี่ยนไปนี้ เราจะเลือกยืนอยู่ตรงไหนถึงจะปลอดภัยที่สุด