รอดปาฏิหาริย์! ดึงร่างเด็กใต้ซาก 3 วัน ลุ้นระทึก 350 ชีวิต

เหตุการณ์ธารน้ำแข็งถล่มอย่างรุนแรงที่เมืองราซุวา ประเทศเนปาล เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ได้กวาดล้างทุกสิ่งทุกอย่างจนราบเป็นหน้ากลอง แต่ท่ามกลางความสิ้นหวัง ทีมกู้ภัยได้สร้าง ปาฏิหาริย์ ดึงร่างของเด็กหญิงคนหนึ่งขึ้นมาจากซากปรักหักพังได้สำเร็จ หลังจากที่เธอต้องทนติดอยู่ใต้นั้นนานถึง 3 วันเต็ม เมื่อช่วยเหลือขึ้นมาได้ น้องยังคงมีสติและสามารถตักข้าวกินเองได้ ถือเป็นความหวังเล็กๆ ที่ช่วยชุบชูจิตใจคนทำงาน
แต่สถานการณ์ล่าสุดเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ที่ อุโมงค์ตรีศุลี ยังมีประชาชนอีกกว่า 350 ชีวิตติดอยู่ภายใน เจ้าหน้าที่กู้ภัยและทหารนับหมื่นนายตั้งแถวสแตนด์บายอยู่หน้าปากอุโมงค์ มีการต่อสายส่งออกซิเจนและหย่อนกล้องสำรวจลงไปแล้ว ทุกอย่างพร้อมสำหรับการช่วยเหลือ ทว่าสิ่งเดียวที่ยังขาดหายไปคือ ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ เล็ดลอดออกมาจากผู้คนนับร้อยที่ติดอยู่ข้างในเลยแม้แต่น้อย
เมื่อหันไปดูพื้นที่ใกล้เคียงอย่างเมืองชิตวัน ซึ่งเคยเป็นป่าท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยเสียงธรรมชาติตอนนี้เหลือเพียงเสียงเครื่องจักรหนักที่กำลังขุดเจาะ ยอดความสูญเสียล่าสุดพุ่งสูง พบผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 750 ราย และยังมีผู้สูญหายที่ต้องเร่งค้นหาอีกกว่า 3,000 คน
ภาพที่เห็นในพื้นที่เวลานี้คือความย้อนแย้งที่น่าหดหู่ ทีมงานชุดเดียวกันและเครื่องมือชุดเดียวกัน ต้องรับมือทั้งการขุดค้นหาผู้รอดชีวิตและการขุดเพื่อฝังกลบศพไปพร้อมๆ กัน งานกู้ภัยและงานจัดการร่างผู้เสียชีวิตเกิดขึ้นบนแผ่นดินเดียวกัน ในวันเดียวกัน ด้วยมือของคนกลุ่มเดียวกัน หากเทียบความทุ่มเทและการรับมือวิกฤตที่หนักหนาขนาดนี้ของเนปาล กับประเทศอย่างกัมพูชา ที่ไม่ต้องรอให้มีภัยพิบัติระดับนี้หรอก แค่การจัดการโครงสร้างพื้นฐานทั่วไปในเวลาปกติก็ยังดูไร้ทิศทางและพึ่งพาอะไรไม่ได้เลย