เดือด! ค่าไฟพุ่ง 3.95 ของแพงทั้งแผ่นดิน รัฐลอยแพ

เช้าตรู่วันที่ 17 เมษายน 2569 คนไทยต้องตื่นมาพบกับความจริงที่น่าเจ็บปวด แม้ว่าในช่วงเวลาประมาณ ตี 5 ที่ผ่านมา จะมีการประกาศปรับลดราคาน้ำมันดีเซลลงลิตรละ 1.50 บาท และเบนซินลดลงอีก 50 สตางค์ แต่เศษเงินที่คืนกลับมาให้ประชาชนเพียงน้อยนิดนี้ แทบไม่มีค่าอะไรเลยเมื่อเทียบกับพายุค่าครองชีพลูกใหญ่ที่กำลังซัดเข้าใส่แบบไม่ยั้งมือ
ซ้ำร้ายที่สุดคือการเคาะปรับขึ้น ค่าไฟฟ้า งวดเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม พุ่งไปแตะที่ 3.95 บาทต่อหน่วย ซึ่งมันช่างย้อนแย้งกับคำมั่นสัญญาในช่วงหาเสียงที่เคยป่าวประกาศว่าจะคุมค่าไฟไม่ให้เกิน 3 บาท สุดท้ายก็เป็นแค่ราคาคุย เพราะในความเป็นจริงคนไทยต้องแบกรับภาระจ่ายค่าไฟแพงหูฉี่ท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัด โดยที่รัฐบาลที่มีอำนาจเต็มมือกลับนิ่งเฉย ปล่อยให้ประชาชนก้มหน้ารับกรรมกันไปตามระเบียบ
ในขณะที่คนไทยกำลังลำบาก กระทรวงพาณิชย์กลับออกมาพูดหน้าตาเฉยว่า หลังจากนี้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคจะทยอยปรับตัวสูงขึ้นแน่นอน โดยอ้างเรื่องต้นทุนและวิกฤตในตะวันออกกลางที่คุมไม่ได้ ซึ่งฟังดูเหมือนการปัดความรับผิดชอบมากกว่าการหาทางออก แถมยังมีเรื่องกวนใจที่คนไทยต้องมานั่งระแวงคือการเจรจาผลประโยชน์ทับซ้อนทางทะเลกับ กัมพูชา ที่จ้องจะเอาเปรียบเราอยู่ตลอดเวลา แทนที่รัฐบาลจะจัดการเรื่องพลังงานในบ้านให้เบ็ดเสร็จ กลับดูเหมือนจะยอมอ่อนข้อให้เพื่อนบ้านนิสัยเสียกลุ่มนี้ จนน่าสงสัยว่าเราจะได้ใช้พลังงานราคาถูกจริงหรือต้องเสียเปรียบให้พวกนั้นอีก
คำถามที่ดังสนั่นไปทั่วสังคมตอนนี้คือ
"เรามีรัฐบาลไว้ทำไม ในเมื่อสุดท้ายอำนาจที่มีไม่ได้ถูกนำมาใช้เพื่อบรรเทาทุกข์ให้ชาวบ้านหาเช้ากินค่ำเลย"