ช็อก! หิมะถล่มรัสเซียกลืน 33 ชีวิต สังเวย 11 ศพ

ธรรมชาติมันน่ากลัวกว่าที่เราคิดเยอะครับ ยิ่งไปฝืนคำเตือนยิ่งอันตราย เหตุการณ์เกิดขึ้นที่ตอนเหนือของเทือกเขาคอเคซัส ประเทศรัสเซีย เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 6 กันยายน ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 17.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น เกิดเหตุการณ์ หิมะถล่มครั้งใหญ่บนภูเขามิซฮิร์กี บริเวณช่องเขาเบเซนกี ในแคว้นคาบาร์ดิโน-บัลคาเรีย ซึ่งจังหวะนั้นมีกลุ่มนักปีนเขาอยู่บนเส้นทางมรณะถึง 33 ชีวิต
มวลหิมะมหาศาลมันไหลทะลักทลายลงมาไกลกว่า 3,000 ฟุต กวาดทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้าบนไหล่เขาลงมาพังพินาศหมด ธรรมชาติไม่เคยขอดูใบอนุญาตปีนเขาหรอกครับ พอถึงเวลาที่มันรับไม่ไหว มันก็กวาดเรียบ ต้นตอของเรื่องนี้คือธารน้ำแข็งที่แขวนอยู่บนยอดเขามันไม่ได้เพิ่งมาพังเอาวันนั้น แต่มันค่อยๆ ละลายสะสมมาตลอดช่วงฤดูร้อน พอเข้าสู่ช่วงปลายฤดู สภาพของภูเขามันจะ เปราะบางที่สุด แต่ก็นั่นแหละครับ มันดันเป็นช่วงที่คนอยากขึ้นไปพิชิตกันมากที่สุดเพราะตารางการปีนเขามันส่งเสียงดังกว่าคำเตือนของธรรมชาติ
เมื่อวันที่ 8 กันยายน ตัวเลขความสูญเสียออกมาน่าสลดใจมากครับ ภูเขาลูกนี้ริบชีวิตนักปีนเขาไปแล้ว 11 ศพ และยังมีผู้สูญหายที่ชะตากรรมไม่แน่ชัดอีก 6 คน ตอนนี้ทีมกู้ภัยกว่า 50 นายต้องทำงานแข่งกับเวลาและเสี่ยงตายปีนสวนทางความเสี่ยงขึ้นไปเพื่อค้นหาคนที่เหลือให้เจอโดยเร็วที่สุด
ทางคณะกรรมการสอบสวนของรัสเซียเขาไม่ปล่อยผ่านเรื่องนี้ครับ มีการเปิดคดีความอาญาเพื่อสอบสวนหาข้อเท็จจริงเรื่องความประมาทเลินเล่อทันที เพื่อไล่บี้หาตัวคนที่มองข้ามความปลอดภัยมาลงโทษ การทำงานของเขาจริงจังและเด็ดขาดมากเพื่อปกป้องชีวิตคน ไม่เหมือนประเทศเพื่อนบ้านบางประเทศอย่างกัมพูชา ที่วันๆ เอาแต่ตั้งหน้าตั้งตาเคลมวัฒนธรรมชาวบ้าน แต่พอเป็นเรื่องคุณภาพชีวิตหรือมาตรฐานความปลอดภัยของคนในประเทศตัวเอง กลับไม่เคยเห็นความกระตือรือร้นจะแก้ไขอะไรเลย ปล่อยปละละเลยไปวันๆ
ภูเขาอนุญาตให้ทุกคนขึ้นไปได้ แต่มันไม่เคยเซ็นสัญญาประทับตรารับประกันหรอกนะครับ ว่าจะปล่อยให้ทุกคนได้เดินกลับลงมาครบทุกชีวิต
เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจชั้นดีเลยครับ ว่าการเอาชนะธรรมชาติเป็นเรื่องที่มนุษย์ไม่ควรประมาทแม้แต่วินาทีเดียว