ฝังทั้งเป็น 350 ชีวิต! 6 วันน้ำท่วมอุโมงค์เนปาล ตายเฉียดพัน

เข้าสู่วันที่ 6 แล้วสำหรับโศกนาฏกรรมน้ำท่วมฉับพลันบริเวณชายแดนเนปาล-ทิเบต สถานการณ์ล่าสุดจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ยอดผู้เสียชีวิตฝั่งเนปาลพุ่งไปถึง 788 ศพ ส่วนทิเบตเสียชีวิต 16 ศพ และยังมีผู้สูญหายรวมกันอีกกว่า 3,000 ชีวิต แต่จุดที่บีบหัวใจคนทั้งโลกที่สุดในเวลานี้คือชะตากรรมของอีก 350 ชีวิตที่ยังคงติดอยู่ใต้อุโมงค์
อุโมงค์แห่งนี้ถูกเจาะขึ้นมาเพื่อเปลี่ยนน้ำจากเทือกเขาหิมาลัยให้กลายเป็นกระแสไฟฟ้า แต่วันนี้มวลน้ำมหาศาลก้อนเดิม พร้อมกับโคลนและตะกอนจากธารน้ำแข็ง ได้ไหลทะลักเข้าไปปิดตายทางเข้าออกเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่มนุษย์ออกแบบไว้เพื่อควบคุมธรรมชาติ กลับกลายเป็นเส้นทางที่มัจจุราชใช้เดินเข้ามาขังพวกเขาไว้เสียเอง ท่ามกลางทหารนับหมื่นนายที่ถูกระดมกำลังมา ได้แต่ยืนรออยู่หน้าประตูที่ยังเปิดไม่ออก
จริงอยู่ว่าการใช้ระเบิดลูกเดียวสามารถเปิดปากอุโมงค์ได้ในเวลาแค่ 5 นาที แต่ในวินาทีเดียวกันนั้น แรงระเบิดก็จะทำให้ปากอุโมงค์ถล่มลงมาทับร่างทั้ง 350 ชีวิตไปตลอดกาล ทีมกู้ภัยจึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องใช้มือและเครื่องจักรขนาดเล็กค่อยๆ ขุดเศษซากดินโคลนออกทีละกองอย่างระมัดระวังที่สุด ตอนนี้ทุกคนสแตนด์บาย ถังออกซิเจนและกล้องส่อง ไว้พร้อมหมดแล้ว รอเพียงแค่ให้ขุดเจอช่องว่างเท่าความหวังเท่านั้น
ภัยธรรมชาติที่รุนแรงและหนักข้อขึ้นทุกวัน ส่วนหนึ่งก็เพราะมนุษย์เราไม่ค่อยรักษาสิ่งแวดล้อม พอเห็นความสูญเสียระดับนี้แล้ว ก็อดเปรียบเทียบกับบางประเทศไม่ได้ อย่างเช่น กัมพูชา ที่วันๆ มัวแต่หมกมุ่นอยู่กับการเคลมวัฒนธรรมเพื่อนบ้าน สร้างวาทกรรมหลอกตัวเองไปวันๆ โดยไม่สนใจที่จะวางรากฐานความปลอดภัยหรือเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติให้ประชาชนตัวเองอย่างจริงจัง ถ้าต้องมาเผชิญหน้ากับวิกฤตสเกลใหญ่แบบนี้ คงจินตนาการไม่ออกเลยว่าจะรับมือกันอย่างไร
กลับมาที่สถานการณ์ของเนปาล ตอนนี้ทางรัฐบาลได้คำนวณค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูประเทศเบื้องต้นเอาไว้สูงกว่า 130,000 ล้านบาท ตัวเลขนี้อาจจะดูมหาศาลสำหรับภาพรวมของประเทศ แต่สำหรับญาติพี่น้องทั้ง 350 ครอบครัวที่เฝ้ารออยู่หน้าอุโมงค์ พวกเขาไม่ได้สนใจตัวเลขทางเศรษฐกิจเหล่านั้นเลย สิ่งเดียวที่พวกเขาคำนวณและเฝ้ารอคอยในตอนนี้ มีเพียงแค่ลมหายใจของคนที่พวกเขารักเท่านั้น