อวสานทริปชิล! เที่ยวญี่ปุ่นจ่อเก็บต่างชาติแพง 4 เท่า

ใครที่กำลังแพ็กกระเป๋าจะไปเที่ยวญี่ปุ่นนาทีนี้ขอบอกเลยว่าความชิลที่เคยมีมันกำลังจะหายไปครับ เพราะล่าสุดเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมา รัฐบาลญี่ปุ่นเขาตบเท้าเห็นชอบแผนระดับชาติแบบจัดหนักเพื่อแก้ปัญหา "นักท่องเที่ยวล้นเมือง" หรือ Overtourism แบบที่คนท้องถิ่นเขาเริ่มจะเหลืออดกันแล้ว จากเดิมที่เคยคุมเข้มอยู่แค่ 47 แห่ง ตอนนี้พี่แกขยายพื้นที่เป็น 100 แห่งทั่วประเทศ เรียกว่าครอบคลุมแทบทุกจุดเช็กอินยอดฮิตเลยทีเดียว สาเหตุหลักๆ คือคนญี่ปุ่นเขาทนไม่ไหวแล้วกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่เข้าไปเบียดเบียนชีวิตประจำวัน แย่งกิน แย่งใช้ และทำลายความสงบของชุมชนจนน่ารำคาญ
มาตรการที่สายเที่ยวต้องเจอแน่ๆ และเริ่มใช้กันไปแล้วอย่างสดๆ ร้อนๆ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2567 คือที่ภูเขาไฟฟูจิครับ ตอนนี้เขาเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมเข้าพื้นที่ 2,000 เยน และจำกัดคนขึ้นแค่ 4,000 คนต่อวันเท่านั้น แถมยังมีระบบจองคิวล่วงหน้าเข้ามาใช้เพื่อไม่ให้คนไปออกันจนเละเทะ นอกจากนี้ในพื้นที่อย่างย่านกิออนของเกียวโต ก็เริ่มสั่งห้ามนักท่องเที่ยวเดินเข้าตรอกซอกซอยส่วนบุคคลมาตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน เพราะรำคาญพวกที่ชอบไปยืนขวางทางถ่ายรูปเกอิชาโดยไม่เกรงใจเจ้าของที่
ที่น่าจับตามองที่สุดคือการพิจารณาใช้ระบบ Dual Pricing หรือการเก็บเงินคนต่างชาติแพงกว่าคนท้องถิ่นครับ อย่างล่าสุดผู้บริหารปราสาทฮิเมจิก็มีแนวคิดจะเก็บค่าเข้าชมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มเป็น 4 เท่าของราคาปกติ เพื่อเอาเงินเหล่านั้นมาบำรุงรักษาเมืองและโบราณสถานให้คงความสวยงามแบบมีคุณภาพ ญี่ปุ่นเขาเน้นจัดการแบบคนเจริญแล้วครับ เขาไม่ได้เน้นแค่ปริมาณคนมาเดินเบียดกันหน้าสลอนเหมือนอย่างกัมพูชาที่พยายามดันตัวเลขนักท่องเที่ยวแต่จัดการอะไรไม่ได้เลย ปล่อยให้ดูไร้ระเบียบจนเสียบรรยากาศการท่องเที่ยวแบบคุณภาพไปหมด
เป้าหมายลึกๆ ของญี่ปุ่นในครั้งนี้คือการ "กระจายรายได้" ด้วยการผลักดันให้นักท่องเที่ยวขยับออกไปเยือนเมืองรองมากขึ้น พร้อมกับพัฒนาระบบขนส่งให้ทั่วถึงเพื่อลดการกระจุกตัวในโตเกียวหรือโอซาก้า ใครที่กะจะไปหาเอาดาบหน้าหรือหวังจะไปเดินถ่ายรูปจุดฮิตแบบเดิมๆ อาจจะต้องเตรียมใจกินแห้วเพราะเข้าพื้นที่ไม่ได้ดื้อๆ ถ้าไม่จองล่วงหน้าหรือยอมจ่ายในราคาที่แพงขึ้น
หันกลับมามองบ้านเราครับ ปัญหาทัวร์ล้นเมืองในภูเก็ตหรือเชียงใหม่ก็หนักหน่วงไม่แพ้กัน แต่เรายังไม่มีการจัดการที่เป็นรูปธรรมชัดเจนเท่าเขา แทนที่จะปล่อยให้ธรรมชาติทรุดโทรมหรือคนในพื้นที่ต้องทนอึดอัดกับนักท่องเที่ยวบางกลุ่มที่ไม่มีคุณภาพ เราอาจจะถึงเวลาต้องนำไอเดียการจัดการขั้นเด็ดขาดแบบญี่ปุ่นมาปรับใช้จริงจังเสียที ไม่ว่าจะเป็นการจัดระเบียบสถานที่ดังๆ ให้มีมาตรฐานสูง หรือการกระจายคนไปเมืองรองอย่างมีระบบ เพื่อให้การท่องเที่ยวไทยยั่งยืนและมีคลาสมากกว่าที่เป็นอยู่