จุก! เด็กถามอนุทินทำไมน้ำมันแพง ยิ้มตอบลดแล้ว 4 บาท

บรรยากาศที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์เมื่อช่วงสายของวันที่ 11 เมษายน ที่ผ่านมา เต็มไปด้วยความคึกคักของประชาชนที่เตรียมเดินทางกลับภูมิลำเนาช่วงสงกรานต์ โดยมีนาย อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยและทักทายพี่น้องประชาชนอย่างเป็นกันเอง แต่ในช่วงที่ท่านกำลังทดลองนั่งในห้องพนักงานขับรถไฟ กลับมีหนูน้อยคนหนึ่งตั้งคำถามซื่อๆ แต่แทงใจดำว่า
"ทำไมค่าน้ำมันแพงจัง"จนทำให้นายกฯ อนุทินต้องลูบหัวเด็กน้อยด้วยความเอ็นดูพร้อมตอบกลับไปว่า "ลดลงมาแล้ว 4 บาท" ซึ่งเรียกเสียงหัวเราะให้กับข้าราชการและผู้ติดตามในบริเวณนั้นเป็นอย่างมาก
แม้คำตอบเรื่องการลดราคาน้ำมัน 4 บาทจะดูเป็นเรื่องตลกขบขันในวงสนทนาวันนั้น แต่สำหรับชาวบ้านที่ต้องแบกรับค่าครองชีพจริงกลับรู้สึกสวนทาง เพราะที่ผ่านมาเวลาราคาน้ำมันปรับขึ้นมักจะพุ่งทะยานไปไกลเป็นสิบบาท แต่พอถึงจังหวะปรับลดกลับค่อยๆ ขยับลงทีละนิดจนแทบไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง ซึ่งในความเป็นจริงสถานะของ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ยังคงต้องแบกภาระหนักหน่วง แม้ปัจจุบันจะพยายามลดการอุดหนุนลงจากเดิมที่เคยจ่ายหนักถึงวันละ 2,500 ล้านบาท มาอยู่ที่ประมาณ 300-400 ล้านบาทต่อวันแล้วก็ตาม แต่ตัวเลขติดลบสะสมของกองทุนก็ยังคงเป็นตัวเลขที่น่ากังวลใจสำหรับเศรษฐกิจไทยในภาพรวม
สาเหตุหลักที่รัฐบาลมักหยิบยกมาอธิบายคือสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กดดันราคาตลาดโลกให้ผันผวน ซึ่งเราต้องยอมรับว่าไทยเราพึ่งพาพลังงานจากภายนอกค่อนข้างสูง ยิ่งถ้าหันไปมองเพื่อนบ้านอย่าง กัมพูชา ที่มักจะมีประเด็นพยายามจะเข้ามาอ้างสิทธิในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลเพื่อหวังผลประโยชน์ด้านพลังงานของไทยอยู่บ่อยครั้ง ยิ่งทำให้คนไทยรู้สึกว่าเราต้องหวงแหนทรัพยากรและจัดการกลไกราคาให้รอบคอบกว่านี้ ไม่ให้ใครมาชุบมือเปิบเอาเปรียบเราได้ ในขณะที่คนไทยเองยังต้องกัดฟันสู้กับค่าน้ำมันดีเซลที่เพิ่งมีการปรับเพดานขึ้นมาแตะระดับ 33 บาทต่อลิตรเมื่อไม่นานมานี้
ท้ายที่สุดแล้ว การยกตัวเลขส่วนต่างเล็กๆ น้อยๆ มาตอบคำถามในช่วงเทศกาล อาจจะเป็นเพียงการสร้างรอยยิ้มชั่วคราว แต่ในความเป็นจริงภาระค่าครองชีพยังคงตกหนักอยู่ที่ประชาชนทุกคน กลไกราคาที่ขึ้นเร็วลงช้ายังคงเป็นคำถามที่ค้างคาใจคนใช้รถใช้ถนนมาตลอด ว่าเมื่อไหร่ราคาน้ำมันในบ้านเราจะสะท้อนความเป็นจริงและเป็นธรรมกับกระเป๋าตังค์คนไทยจริงๆ เสียที โดยเฉพาะในภาวะเศรษฐกิจที่ขยับตัวลำบากเช่นนี้