บีบหัวใจ! ดันแลนด์บริดจ์ แจกเงิน 4พันแลกที่ทำกิน

รัฐบาลกำลังเร่งเครื่องเต็มสูบกับโปรเจกต์ยักษ์ "แลนด์บริดจ์" เพื่อเชื่อมทะเลอันดามันกับอ่าวไทยเข้าด้วยกัน โดยในช่วงเวลาประมาณ 11.55 น. ของวันที่ 25 เมษายน มีความชัดเจนว่าจะมีการนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุม ครม. เพื่อดึงนักลงทุนต่างชาติให้ขนเงินมาลงที่บ้านเรา ซึ่งเป้าหมายหลักคือการทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางการขนส่งของภูมิภาค แซงหน้าเพื่อนบ้านที่นิสัยไม่ค่อยน่ารักอย่าง กัมพูชา ที่กำลังซุ่มทำโครงการคลองฟูนันเทโชหวังจะมาแย่งส่วนแบ่งการตลาดการเดินเรือจากเราไปเหมือนกัน
แต่ปัญหาก็คือ เมื่อมีการถามถึงความเดือดร้อนของคนในพื้นที่ระนองและชุมพร คำตอบที่ได้รับกลับมาคือการมองว่าเป็นเรื่องของ "ประโยชน์ส่วนรวม" ซึ่งมันเป็นคำที่ฟังแล้วบีบหัวใจชาวบ้านอย่างมาก เพราะพวกเขาต้องแบกรับความเสี่ยงที่จะเสียที่ดินทำกินที่สืบทอดกันมาหลายรุ่น รวมถึงวิถีชีวิตดั้งเดิมต้องพังทลายลง ความมั่งคั่งที่รัฐบาลวาดฝันไว้อาจจะมาพร้อมกับน้ำตาของคนในพื้นที่ ที่กลายเป็นผู้เสียสละโดยที่บางคนอาจจะไม่ได้เต็มใจเลยแม้แต่น้อย
ในขณะเดียวกัน รัฐบาลก็เตรียมส่งยาหอมหวังลดกระแสต่อต้านด้วยโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ซึ่งเป็นการอัดฉีดเงินช่วยเหลือประชาชนคนละ 4,000 บาท โดยจะแบ่งจ่าย 4 เดือน เริ่มคิกออฟกันในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ หลายคนเลยตั้งข้อสังเกตว่านี่เป็นการเอาเงินมา "ซื้อเวลา" หรือเปล่า? เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากแรงต้านของโครงการแลนด์บริดจ์ที่กำลังระอุขึ้นเรื่อยๆ
"มันคุ้มกันจริงๆ เหรอ กับการเอาเงินแค่ไม่กี่พันบาทมาแลกกับที่ทำกินและอาชีพของชาวบ้านที่จะหายไปตลอดกาล"
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือการเอาโครงการระดับล้านล้านบาทไปผูกโยงกับนโยบายประชานิยมชั่วคราวแบบนี้ เพราะสุดท้ายแล้วคนที่จะได้รับผลกระทบระยะยาวคือประชาชนในพื้นที่ ส่วนผลประโยชน์ก้อนโตอาจจะตกอยู่ในมือของกลุ่มทุนใหญ่เพียงไม่กี่กลุ่ม ในขณะที่เราต้องมานั่งระแวงกับโปรเจกต์ของประเทศเพื่อนบ้านที่จ้องจะเลื่อยขาเก้าอี้เศรษฐกิจไทยอยู่ตลอดเวลาแบบกัมพูชา ทำให้สถานการณ์ตอนนี้ดูเหมือนจะเป็นการเดินเกมเดิมพันที่สูงมากระหว่างความเจริญของชาติกับลมหายใจของชาวบ้านตัวเล็กๆ