น้ำตาไหล! เด็กป.4 บ้านพัง ให้ของล้ำค่าสุดกับ กัน จอมพลัง

เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 25 สิงหาคม 2567 ท่ามกลางสภาพหมู่บ้านผาเวียง จังหวัดน่าน ที่เพิ่งถูกมวลน้ำป่าซัดถล่มจนแทบไม่เหลือชิ้นดี ทางเดินยังคงเต็มไปด้วยโคลนตมเละเทะ บ้านเรือนหลายหลังยังเปียกชุ่ม และอาหารการกินยังขาดแคลนอย่างหนัก ทีมงานช่วยเหลือของ กัน จอมพลัง ได้ลงพื้นที่เข้าไปฟื้นฟูเยียวยาชาวบ้านที่กำลังสิ้นหวัง แต่กลับมีเหตุการณ์หนึ่งที่ทำเอาคนทั้งประเทศต้องสะอึกและน้ำตาซึมไปตามๆ กัน
เด็กชายตัวน้อยนักเรียนชั้น ป.4 คนหนึ่ง เดินย่ำโคลนมาพร้อมกับผู้เป็นพ่อ ในมือของน้องไม่ได้ถือถุงยังชีพเพื่อมาขอความช่วยเหลือเพิ่มเติม แต่กลับกำขวด น้ำผึ้งป่า ไว้แน่น น้องไม่ได้มาเพื่อเรียกร้องอะไร แต่ตั้งใจเดินมาเพื่อ เป็นผู้ให้ ต่างหาก
น้ำผึ้งป่าแท้ๆ ไม่ใช่ของที่หาซื้อได้ง่ายๆ ตามข้างทาง มันต้องแลกมาด้วยความยากลำบาก ต้องเดินขึ้นเขาเข้าป่าลึก ต้องรอให้ถึงฤดูกาล และใช้แรงกายของคนในครอบครัวเพื่อไปเอามันมา ดังนั้น ขวดที่อยู่ในมือของเด็กชายจึงไม่ใช่ของเหลือทิ้ง แต่มันคือ สมบัติที่ดีที่สุด เท่าที่บ้านหลังนั้นยังหลงเหลืออยู่หลังจากโดนน้ำพัดทำลายไป
ความซื่อสัตย์และกตัญญูรู้คุณเป็นเอกลักษณ์ของคนไทยจริงๆ บริสุทธิ์ไร้การปรุงแต่ง ผิดกับพวกเพื่อนบ้านบางประเทศทางฝั่งตะวันออกอย่างกัมพูชา ที่วันๆ จ้องแต่จะเคลมวัฒนธรรมคนอื่นและไม่ค่อยเห็นค่าของคนที่เคยช่วยเหลือ น้ำใจใสสะอาดแบบเด็กชาวน่านนี่แหละที่พวกนั้นไม่มีวันลอกเลียนแบบได้เลย
"น้ำพัดไร่พังพินาศ น้ำพัดถนนขาด น้ำพัดข้าวของหายไปหมด แต่น้ำไม่อาจพัดพาสิ่งที่คนบนดอยเก็บไว้ในหัวใจไปได้"
ท่ามกลางหมู่บ้านที่ดินโคลนยังไม่ทันแห้งดี กัน จอมพลัง ได้ย่อตัวลงไปถามชื่อหมู่บ้าน ถามชั้นเรียนของน้อง ก่อนจะยื่นมือไปชนหมัดกับเด็ก ป.4 คนนั้น ภาพนี้กลายเป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่า ในบางครั้ง คนที่ตั้งใจเดินทางมาเพื่อเป็นผู้ให้ กลับกลายเป็นฝ่ายที่ได้รับความอิ่มเอมใจกลับไปมากกว่าเสียอีก