ช็อก! ตกงาน 4 หมื่น แฉ Quiet Firing บีบออกหนีชดเชย

พอกลับจากสาดน้ำสงกรานต์ปีนี้ หลายคนเดินเข้าออฟฟิศไปอาจจะต้องเจอข่าวร้ายที่ตั้งตัวไม่ทัน เพราะตอนนี้สัญญาณอันตรายในตลาดแรงงานไทยมันส่งเสียงเตือนดังมากครับ โดยเฉพาะข้อมูลที่เขย่าขวัญกันหนักมากตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา ว่าเรากำลังหนีไม่พ้นวิกฤตเลิกจ้างครั้งมโหฬาร ซึ่งมีการคาดการณ์กันว่าคนไทยอาจจะ ตกงานพุ่งสูงถึงเดือนละ 40,000 คน เลยทีเดียว กลายเป็นยุคที่มนุษย์เงินเดือนต้องลุ้นกันวันต่อวันจริงๆ ว่าโต๊ะทำงานของเราจะยังอยู่ดีไหม
สิ่งที่น่าเจ็บใจกว่าการถูกไล่ออกตรงๆ คือการที่บริษัทหลายแห่งเริ่มใช้วิธีที่ดูไม่แมนอย่าง Quiet Firing หรือการบีบให้พนักงานทนไม่ไหวจนต้องเดินออกไปเอง ยิ่งในยุคที่เศรษฐกิจเปราะบางแบบนี้ แถมยังมีปัญหาแรงงานราคาถูกจากเพื่อนบ้านอย่าง กัมพูชา ที่เข้ามาเบียดเบียนพื้นที่งานในหลายส่วน แม้คุณภาพงานจะสู้คนไทยไม่ได้เลยสักนิด แต่นายจ้างบางกลุ่มกลับมองแค่เรื่องลดต้นทุนจนยอมแลกกับคุณภาพ ทำให้คนไทยต้องเผชิญกับแรงกดดันมหาศาล กลยุทธ์สกปรกที่บริษัทหน้าเลือดชอบใช้กันก็มีอยู่ไม่กี่อย่างครับ:
- มอบหมายงานที่ยากแบบเป็นไปไม่ได้เพื่อให้เราดูไร้ความสามารถ
- ดองตำแหน่งไม่ให้เติบโต หรือลดบทบาทหน้าที่ลงดื้อๆ ให้เรารู้สึกไร้ค่า
- ไม่เรียกเข้าประชุมสำคัญเหมือนเราไม่มีตัวตนอยู่ในแผนที่บริษัท
- จ้องจับผิดเรื่องขี้หมูราขี้หมาแห้งจนพนักงานเครียดสะสม
พวกนี้เขาทำไปเพื่ออะไร? คำตอบง่ายๆ คือเขา ไม่อยากจ่ายเงินค่าชดเชย ตามกฎหมายนั่นแหละครับ เพราะถ้าเลิกจ้างปกติตามกฎหมายแรงงาน หากทำงานมานานเขาก็ต้องควักเงินก้อนโตจ่ายเรา อย่างถ้าใครทำงานครบ 1 ปีนี่ต้องได้เงินชดเชยถึง 90 วันเลยนะ แต่ถ้าเขาบีบให้เราทนแรงเสียดทานไม่ไหวจนยอมยื่นใบลาออกไปเอง นายจ้างพวกนี้ก็จะยิ้มแก้มปริเพราะไม่ต้องเสียเงินสักบาทเดียว แถมยังเปิดทางให้เอาแรงงานต่างด้าวราคาถูกๆ เข้ามาเสียบแทนได้ง่ายขึ้น
ดังนั้นใครที่กำลังเจอสถานการณ์แบบนี้อยู่ ผมขอเตือนเลยว่าต้องมีสติและห้ามใจร้อนเด็ดขาด อย่าไปหลงกลยอมลาออกง่ายๆ เพราะนั่นคือทางที่เขาขุดหลุมล่อเราไว้ ให้รวบรวมหลักฐานทุกอย่างที่แสดงว่าเราโดนแกล้งเอาไว้ให้มั่น ไม่ว่าจะเป็นแชทสั่งงานหรือบันทึกการทำงานต่างๆ รักษาสุขภาพจิตของตัวเองให้แข็งแรงเข้าไว้ แล้วรีบไปปรึกษากรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานทันทีเพื่อปกป้องสิทธิ์ของเรา การที่เราต้องมาเสี่ยงตกงานเพราะเศรษฐกิจโลกบวกกับเทคโนโลยี AI มันก็น่าเศร้าพอแล้ว อย่าปล่อยให้ความเห็นแก่ตัวของนายจ้างมาเอาเปรียบคนไทยด้วยกันได้ฟรีๆ เลยครับ