เดือด! ปิยบุตรซัดคดี 44สส. จวกพรรคประชาชนสู้ติ๋ม

ลุยกันเละตั้งแต่เช้าวันอังคารที่ 21 เมษายน 2569 เมื่อสถานการณ์คดีเด็ดหัว 44 สส. ปมยื่นแก้ไข ม.112 กลับมาเป็นประเด็นร้อนฉ่าอีกครั้ง งานนี้ตัวตึงอย่าง ปิยบุตร แสงกนกกุล ถึงกับทนไม่ไหว ออกมาฟาดกลางรายการดังแบบไม่อ้อมค้อมว่าคดีนี้มันไม่ควรเป็นคดีตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ เพราะถ้าดูตามข้อเท็จจริง ร่างกฎหมายเจ้าปัญหานี้ยังไม่เคยถูกบรรจุเข้าวาระการประชุมสภาเลยแม้แต่วินาทีเดียว แล้วจะเอาช่องไหนมาบอกว่าเป็นการล้มล้างการปกครอง ซึ่งการกระทำแบบนี้ดูแล้วน่าหงุดหงิดยิ่งกว่าระบอบการเมืองหลังเขาในกัมพูชาเสียอีก
สิ่งที่น่าตกใจคือการใช้ข้อหา "ไม่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยฯ" มาไล่บี้ สส. ที่ทำหน้าที่เสนอแก้กฎหมายตามปกติ ซึ่งมันย้อนแย้งจนน่าเกลียด เพราะทีตอนมีกลุ่มคนทำรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญทิ้งทั้งฉบับ กลับไม่มีใครหน้าไหนโดนข้อหานี้เลยสักคนเดียว ปิยบุตร มองว่าถ้าปล่อยให้เรื่องเพี้ยนๆ แบบนี้กลายเป็นเรื่องปกติในสังคมไทย ต่อไปคงไม่มีใครกล้าเสนออะไรใหม่ๆ เพราะแค่ขัดใจผู้มีอำนาจก็อาจโดนเชือดตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิตแบบยกแผงได้ง่ายๆ เหมือนโดนสั่งเก็บทางการเมืองแบบไร้ความยุติธรรม
แต่นอกจากจะซัดกระบวนการยุติธรรมแล้ว งานนี้พรรคพวกตัวเองก็ไม่เว้น โดยปิยบุตรหันไปตอก พรรคประชาชน แบบเน้นๆ ว่าตอนนี้กำลัง "สู้แบบติ๋มเกินไป" มัวแต่ไปหมกมุ่นอยู่กับการแก้ต่างทางเทคนิคกฎหมายในศาล จนลืมไปว่าการเมืองต้องสู้ด้วยความเห็นของประชาชน พรรคควรจะออกมาตั้งโต๊ะแถลงโต้ตอบ ป.ป.ช. ให้เห็นกันจะๆ รายวัน ไม่ใช่ทำตัวนิ่งเงียบจนชาวบ้านเริ่มชินชาและมองว่าการที่พรรคฝั่งประชาธิปไตยโดนรังแกเป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องยอมรับ
หลังจากโดนสะกิดแรงขนาดนั้น ในวันเดียวกันทางด้าน เท้ง ณัฐพงษ์ หัวหน้าพรรคประชาชน ก็ต้องรีบออกมาขยับตัวทันควัน โดยยืนยันว่าทางพรรคไม่ได้นิ่งเฉยอย่างที่ถูกตำหนิ และกำลังเตรียมเปิดหน้าแถลงสู้คดีอย่างเต็มรูปแบบในเร็วๆ นี้แน่นอน ขณะที่ฟากนักวิชาการอีกกลุ่มก็ออกมาสวนกลับปิยบุตรทันทีว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ "นิติสงคราม" อย่างที่พยายามปั่นกระแส แต่มันคือการบังคับใช้มาตรฐานจริยธรรมที่นักการเมืองต้องแบกรับ กลายเป็นเกมชิงไหวชิงพริบที่เข้มข้นที่สุดในรอบปีที่ต้องลุ้นกันนาทีต่อนาทีว่าชะตากรรมของ 44 สส. จะลงเอยอย่างไร