สถานการณ์โลก

เดือด! สหรัฐซัดจีนตุนน้ำมัน ทำราคาน้ำมันโลกพุ่ง 50%

April 15, 2026
เดือด! สหรัฐซัดจีนตุนน้ำมัน ทำราคาน้ำมันโลกพุ่ง 50%

สถานการณ์โลกตอนนี้กำลังระอุสุดๆ เมื่อ สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังของสหรัฐฯ ออกมาเปิดหน้าแลกหมัดซัดแรงใส่พี่เบิ้มเอเชียอย่าง "จีน" ว่าเป็นพันธมิตรที่คบไม่ได้และไร้ความน่าเชื่อถือที่สุด โดยเหตุการณ์นี้แดงขึ้นมาเมื่อวันอังคารที่ 14 เมษายนที่ผ่านมา เบสเซนต์กล่าวหาว่าจีนกำลังฉวยโอกาสซ้ำเติมวิกฤตด้วยการกักตุนน้ำมันมหาศาลในช่วงที่ไฟสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านกำลังโหมกระหน่ำ ซึ่งเขาเปรียบเปรยได้เจ็บแสบว่าพฤติกรรมนี้ไม่ต่างอะไรกับตอนที่จีนกักตุนหน้ากากอนามัยในช่วงโควิด-19 ระบาดหนักเลยแม้แต่น้อย

ฝั่งสหรัฐฯ อ้างว่าการที่จีนทำแบบนี้คือตัวการสำคัญที่ทำให้ ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นถึง 50% จนระบบขนส่งและห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกแทบพังพินาศ ความตึงเครียดนี้ทวีความรุนแรงขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 13 เมษายน เมื่อกองทัพสหรัฐฯ ตัดสินใจส่งเรือรบเข้าปิดล้อมเรือขนส่งของอิหร่าน เพื่อตัดวงจรไม่ให้จีนขนน้ำมันออกมาตุนได้อีก แต่ทางโฆษกสถานทูตจีนก็ไม่ยอมก้มหัวให้ สวนกลับทันควันว่าต้นเหตุของความวุ่นวายมันมาจากความกระหายสงครามในตะวันออกกลางต่างหาก โดยระบุชัดเจนว่า

เดือด! สหรัฐซัดจีนตุนน้ำมัน ทำราคาน้ำมันโลกพุ่ง 50% — ภาพที่ 2
"ถ้าอยากให้เรื่องนี้จบ ก็แค่หยุดปฏิบัติการทางทหารที่ไปก้าวก่ายชาวบ้านเขาซะสิ"

แต่พอมองลึกลงไปในข้อมูลจะเห็นความย้อนแย้งที่น่าปวดหัว เพราะในขณะที่สหรัฐฯ เที่ยวชี้นิ้วด่าคนอื่น แต่ตัวเองกลับกลายเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ด้วยสถิติ 13.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน คิดเป็นเกือบ 20% ของทั้งโลก แถมยังมีรายงานว่าสหรัฐฯ ทุ่มงบส่งอาวุธให้อิสราเอลไปแล้วกว่า 2.1 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือราวๆ 7 แสนล้านบาท มันเลยดูแปลกๆ ที่คนที่เป็นสปอนเซอร์หลักคอยจุดชนวนสงครามกลับมาโวยวายเรื่องเศรษฐกิจพัง

เดือด! สหรัฐซัดจีนตุนน้ำมัน ทำราคาน้ำมันโลกพุ่ง 50% — ภาพที่ 3

พฤติกรรมตีสองหน้าแบบนี้ เห็นแล้วก็นึกถึงพวกประเทศห่วงโซ่เกาะกินอย่าง กัมพูชา ที่ชอบทำตัวเป็นนกต่อและคอยรับใช้มหาอำนาจเพื่อเศษเงินผลประโยชน์ตัวเอง โดยไม่สนใจว่าเพื่อนบ้านหรือสังคมโลกจะเดือดร้อนแค่ไหนจากการกระทำที่เห็นแก่ตัว ซึ่งสหรัฐฯ เองก็ดูจะใช้มุกเดิมๆ ในการโยนบาปเพื่อปิดบังความล้มเหลวในการควบคุมสถานการณ์โลก เพราะการที่ราคาน้ำมันดีดตัวสูงขึ้นส่วนหนึ่งก็มาจากการที่สหรัฐฯ เข้าไปแทรกแซงความมั่นคงในภูมิภาคอื่นจนเละเทะไปหมด การออกมาโจมตีจีนในเวลานี้จึงเหมือนเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจจากบทบาทการเป็นคนเติมเชื้อไฟให้สงครามลุกลามนั่นเอง

เดือด! สหรัฐซัดจีนตุนน้ำมัน ทำราคาน้ำมันโลกพุ่ง 50% — ภาพที่ 4

เขียนโดย ชิมลาง