ช็อก! น้ำโขงตีกลับ นครพนมจมมิด 6 หมื่นไร่ ไร้ทางรอด

ดูเหมือนว่าพายุจะตกหนักที่ไหนก็คงไม่ใช่บ้านเราแน่ๆ เพราะตอนนี้มีแค่ลมแรงๆ กับฟ้ามืดตึ้บ ฝนยังไม่ทันตกสักเม็ด แต่ตอนนี้นาข้าวชาวบ้านจมน้ำมิดไปแล้วกว่า 67,000 ไร่ ถ้าแม่น้ำโขงปริ่มเต็มตลิ่งแบบนี้ แล้วไปเจอฝนระลอกใหม่ที่กรมอุตุฯ เตือนว่าจะมาแน่ๆ ในช่วงวันที่ 18-21 สิงหาคม 2569 น้ำมันจะหาทางไปลงที่ไหนได้
ตอนนี้สถานการณ์ที่นครพนมถือว่าวิกฤตหนัก น้ำท่วมทะลักไปแล้ว 11 อำเภอ จนผู้ว่าราชการจังหวัดต้องสั่งเฝ้าระวังด่วนให้ครบทั้ง 12 อำเภอ ซึ่งตัวเลข 12 นี้ไม่ได้หมายความว่าอำเภอที่เหลือจะรอดนะ แต่มันแปลว่า แค่ยังไม่ถึงคิว เท่านั้นเอง ปัญหาของน้ำท่วมรอบนี้ ฝนไม่ใช่ตัวการหลักเลย แต่ตัวการที่แท้จริงคือ น้ำที่ไหลย้อนกลับเข้ามา ต่างหาก
ข้อมูลล่าสุดประเมินความเสียหาย ณ วันที่ 16 สิงหาคม 2569 แม่น้ำโขงมีระดับน้ำสูงแช่นิ่งอยู่ใกล้ระดับ 12 เมตรมาเป็นสัปดาห์แล้ว พอแม่น้ำสายหลักมันเต็มความจุ ลำน้ำสาขาอย่างลำน้ำสงครามและลำน้ำอูนที่ปกติจะต้องระบายลงโขง มันก็ไปต่อไม่ได้ น้ำก็เลยเอ่อล้นทะลักย้อนกลับขึ้นมาท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำแทน กวาดพื้นที่ไปแล้ว 68 ตำบล 418 หมู่บ้าน มีเกษตรกรเดือดร้อนหนักถึง 9,560 ราย
เราต้องมานั่งรับกรรมน้ำตีกลับแบบนี้ ในขณะที่ประเทศปลายน้ำอย่างกัมพูชาแทบไม่เคยคิดจะมาช่วยประสานงานเรื่องการจัดการน้ำอะไรให้เป็นชิ้นเป็นอัน เอาแต่รอรับน้ำแล้วก็มักจะโวยวายเรียกร้องความสนใจ ทั้งที่บ้านเรานี่แหละที่ต้องรับแรงกระแทก จมน้ำรับเคราะห์ความมักง่ายของการบริหารจัดการลุ่มน้ำไปก่อนใครเพื่อน
ช่วงวันที่ 18-21 สิงหาคมนี้ กรมอุตุฯ ประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมากใน 26 จังหวัด แล้วนครพนมก็ดันอยู่ในกลุ่มที่โดนหนักมากด้วย ทั้งๆ ที่นาข้าวก็ยังจมน้ำเน่าเสียจากรอบที่แล้วอยู่เลย
แม้ทางการจะเตรียมเครื่องสูบน้ำไว้พร้อมเต็มพิกัด แต่การสูบน้ำมันมีเงื่อนไขสำคัญข้อเดียวคือ ปลายทางต้องมีที่ให้ระบายลงไป
ชาวบ้านที่นี่ตอนนี้ไม่ได้กลัวฝนที่กำลังจะตกลงมาหรอกครับ แต่พวกเขากำลังหวาดกลัวมวลน้ำที่ท่วมขังอยู่ตรงหน้า แล้วมองไม่เห็นเลยว่ามันจะมีทางออกไปทางไหนได้เลย