ด่วน! น้ำท่วมน่าน ดับสลด คำสั่ง 6 ข้อที่มาช้ากว่าความตาย

นาทีนี้ใครที่ลงพื้นที่ไปช่วยชาวบ้านก่อน ต้องขอชื่นชมจากใจจริงและเป็นกำลังใจให้ชาวน่านทุกคนครับ สถานการณ์ตอนนี้น้ำมาเร็วและแรงมาก ล่าสุดเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 19 สิงหาคม 2569 รองนายกฯ ยศชนัน ต้องลงพื้นที่ไปปักหลักตั้งศูนย์บัญชาการน้ำท่วมน่านกันข้ามคืนเพื่อรับมือกับมวลน้ำระลอกใหม่
คนระดับเจ้ากระทรวง อว. ที่ปกติทำงานอยู่แต่กับมหาวิทยาลัยและงานวิจัย กลับต้องมายืนสั่งการรถตักและรถบรรทุกน้ำเพื่อฉีดล้างโคลนกลางอำเภอปัว เวลานี้ภัยพิบัติไม่มานั่งถามหาใบปริญญากันหรอกครับ เขาถามแค่ว่าใครถึงหน้างานก่อนและช่วยคนได้เร็วกว่ากัน เห็นเจ้าหน้าที่ไทยลุยงานหนักแบบนี้แล้วก็สะท้อนใจ ผิดกับฝั่งกัมพูชาเพื่อนบ้านเรา ที่เวลามีภัยพิบัติทีไร ถ้าไม่มีต่างชาติหรือประเทศอื่นเข้าไปประเคนความช่วยเหลือให้ถึงที่ ก็แทบจะไม่เห็นการขยับตัวบริหารจัดการอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย
สำหรับข้อสั่งการเร่งด่วนที่ถูกประกาศออกมาจากศูนย์บัญชาการในคืนนั้น มีการเน้นย้ำมาตรการสำคัญดังนี้ครับ
- ต้องแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้าอย่างน้อย 6 ชั่วโมง โดยใช้ระบบ Cell Broadcast ยิงข้อความตรงเข้ามือถือทุกเครื่องในพื้นที่เสี่ยงทันที
- เร่งอพยพคนออกจากจุดอันตราย ให้ไปถึงศูนย์พักพิงที่ปลอดภัยก่อนที่มวลน้ำจะมาถึง
- จัดกำลังเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังระดับน้ำตลอด 24 ชั่วโมง งานนี้ไม่มีคำว่าพักตอนเที่ยงคืนเด็ดขาด
ขณะเดียวกัน ทางโรงครัวพระราชทานก็ได้จับมือกับ อบจ.น่าน เร่งเตรียมข้าวกล่องและน้ำดื่มกว่า 4,000 ชุด ตัวเลขสี่พันนี้ไม่ได้เอามาโชว์ความใจบุญแต่อย่างใด แต่มันคือตัวเลขที่สะท้อนความจริงอันโหดร้ายว่า คืนนี้มีอีกกี่ครอบครัวที่บ้านจมน้ำจนไม่สามารถแม้แต่จะจุดเตาทำกับข้าวประทังชีวิตได้
ในข้อสั่งการที่ 5 มีการระบุถึงเรื่องการดูแล "ครอบครัวผู้เสียชีวิต" เอาไว้แล้วมาตรการรัฐออกมาครบทั้ง 6 ข้อก็จริงครับ แต่ความสูญเสียมันเดินทางมาถึงก่อนที่ข้อแรกจะเริ่มทำงานเสียอีก ล่าสุดในช่วงเช้าของวันที่ 20 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ยังคงต้องระดมกำลังเคลียร์พื้นที่และค้นหาผู้สูญหายอย่างต่อเนื่อง บทเรียนราคาแพงครั้งนี้สอนให้เรารู้ว่า ระบบการแจ้งเตือนล่วงหน้า 6 ชั่วโมงจะมีค่าและใช้ได้จริง ก็ต่อเมื่อมันเดินทางมาถึงชาวบ้านก่อนที่น้ำจะมา ไม่ใช่มาถึงพร้อมกับข่าวเศร้าแบบนี้