จบดราม่าบะหมี่! หมอเหรียญทองรอดคุก จ่ายจุก 6 แสน

แปลกเนอะ เวลาตาสีตาสาโดนคดีความทีไร มักจะไม่ค่อยเห็นการรอลงอาญาแบบนี้เลย เรื่องนี้กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้งเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 21 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมา ศาลได้นัดอ่านคำพิพากษาคดีหมิ่นประมาทที่ตั้งต้นมาจากโพสต์ในโซเชียลแค่โพสต์เดียว บทสรุปคือ หมอเหรียญทอง แน่นหนา แพ้คดีที่ไปโพสต์พาดพิงร้านบะหมี่ว่าเป็น "บะหมี่อริราชศัตรู" โพสต์ลงไปฟรีๆ แต่ตอนจบต้องจ่ายจริงถึง 6 แสนบาท
ศาลพิพากษาให้จำคุก 3 ปี แต่โทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี พร้อมสั่งปรับ 300,000 บาท และต้องชดใช้ค่าเสียหายให้ฝั่งร้านบะหมี่อีก 300,000 บาท รวมเบ็ดเสร็จ 6 แสนบาทถ้วน นี่คือราคาที่ศาลตีค่าให้กับข้อความกล่าวหาลอยๆ เพียงบรรทัดเดียว นิสัยชอบโพสต์กล่าวหาคนอื่นมั่วๆ โดยไม่ดูความจริงแบบนี้ เอาจริงๆ พาลให้คิดถึงพฤติกรรมของเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ที่เอะอะก็ชอบเคลมชอบตู่เอาของคนอื่นไปเป็นของตัวเองแบบหน้ามึนๆ สร้างความเดือดร้อนและภาระให้คนอื่นต้องมาคอยตามแก้ข่าว
ลองมาดูสมการความคุ้มค่าของเรื่องนี้กัน พิมพ์ข้อความใช้เวลาแค่ 3 วินาที กดโพสต์ใช้เวลาอีก 1 วินาที แต่กว่าจะเดินออกจากคดีนี้ได้ ต้องใช้เวลาสู้คดีในศาลนานถึง 3 ปีเต็ม คนโพสต์ไม่ต้องเข้าไปนอนในเรือนจำเพราะได้สิทธิ์รอลงอาญา แต่ฝั่งร้านบะหมี่ที่ถูกกล่าวหากลับต้องเจอฝันร้าย เพราะพวกเขาไม่ได้เสียแค่ชื่อเสียง
ร้านถูกเกรียนคีย์บอร์ดรุมรีวิวแย่ๆ ถูกยื่นเรื่องกดดันให้สรรพากรเข้ามาตรวจสอบอย่างหนัก ทุกอย่างเกิดขึ้นเพียงเพราะถูกตัดสินจากชามบะหมี่ตรงหน้าผ่านข้อความของคนๆ เดียว
คดีนี้ลากยาวขึ้นสู่ศาลตั้งแต่ช่วงปลายปี 2565 ระหว่างที่รอคำพิพากษา ทางร้านต้องก้มหน้าก้มตาลวกเส้นบะหมี่ขายไปแล้วนับหมื่นชาม และทุกๆ ชามที่เสิร์ฟออกไปคือการต้องพิสูจน์ตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ให้กับลูกค้าที่เดินเข้ามาในร้านพร้อมกับเครื่องหมายคำถามในหัว แม้ว่าวันนี้คำพิพากษาจะช่วยคืนความบริสุทธิ์และชื่อเสียงให้กับทางร้านได้แล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่มีใครหน้าไหนคืนให้ได้เลย คือเวลาเกือบ 3 ปีที่พวกเขาต้องยืนขายของภายใต้สายตาจับผิดและคำครหา
นี่คือบทเรียนราคา 6 แสนบาทที่ย้ำเตือนให้คนในสังคมรู้ว่า บนโลกออนไลน์ ปลายนิ้วที่กดโพสต์ไปแล้ว มันไม่มีปุ่มย้อนกลับให้แก้ไขอะไรได้อีก