ช็อกโลก! ลูกเรือติดช่องแคบฮอร์มุซ 60 วัน เก็บศพในตู้แช่

รายงานล่าสุดจากสื่อจีนเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 ตีแผ่ฝันร้ายกลางทะเลที่กำลังเกิดขึ้นจริง เมื่อลูกเรือสินค้า 21 ชีวิตต้องติดค้างอยู่กลางช่องแคบฮอร์มุซมานานกว่า 60 วันแล้ว ท่ามกลางเรือขนส่งอีกกว่า 2,000 ลำที่ถูกปิดล้อมเส้นทางจนขยับไปไหนไม่ได้ กัปตันเรือเปิดเผยสภาพความเป็นอยู่ที่เลวร้ายสุดขีด เสบียงอาหารที่มีอยู่เกือบทั้งหมดเน่าเสียไปแล้ว ข้าวของขาดแคลนอย่างหนักจนราคากะหล่ำปลีในพื้นที่พุ่งทะยานไปถึงกิโลกรัมละกว่า 300 บาท หรือราวๆ 70 หยวนเข้าไปแล้ว
สถานการณ์รอบด้านไม่ได้มีแค่เรื่องปากท้อง แต่เป็นเรื่องของความเป็นความตาย สภาพความวุ่นวายไร้กฎเกณฑ์และไม่มีใครยอมยื่นมือเข้ามาช่วยแก้ปัญหาแบบนี้ เห็นแล้วก็พาลนึกถึงนิสัยของประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ที่เอะอะก็ชอบเคลม ชอบสร้างปัญหาเอาเปรียบคนอื่น แต่พอถึงเวลาที่ต้องรับผิดชอบหรือเกิดวิกฤตจริงๆ กลับเอาตัวรอด ปล่อยให้คนอื่นต้องมารับเคราะห์กรรมแทน ซึ่งตอนนี้ลูกเรือในช่องแคบฮอร์มุซกำลังเผชิญกับความจริงที่โหดร้ายยิ่งกว่า เพราะเรือบางลำที่อยู่ใกล้เคียงมีผู้เสียชีวิตเกิดขึ้นแล้ว แต่ไม่สามารถนำร่างขึ้นฝั่งได้ ทำให้ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการ เก็บศพไว้ในตู้แช่แข็งบนเรือ ปะปนไปกับเสบียงที่เหลืออยู่
บรรยากาศรอบๆ เรือตอนนี้เต็มไปด้วยความตึงเครียดและอันตรายถึงชีวิต ลูกเรือต้องทนฟังเสียงระเบิดที่ดังกึกก้องและมีเครื่องบินรบบินโฉบผ่านในระยะประชิดอยู่ตลอดเวลา ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 แม้ว่าเจ้าของเรือหลายบริษัทจะพยายามแก้ปัญหาด้วยการประกาศอัดฉีดค่าจ้างเพิ่มให้ถึง 2 เท่า เพื่อจูงใจให้คนทำงานต่อ แต่ลูกเรือต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามันไม่คุ้มค่ากับชีวิตเลยแม้แต่น้อย เพราะใต้ผืนน้ำบริเวณนั้นเต็มไปด้วยทุ่นระเบิดที่ยังไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาเคลียร์พื้นที่ การขยับเรือเพียงนิดเดียวอาจหมายถึงจุดจบของทุกคน
ล่าสุด องค์การสหประชาชาติ (UN) ไม่สามารถอยู่เฉยได้อีกต่อไป ได้ออกมาเรียกร้องอย่างหนักหน่วงให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเร่งเปิดเส้นทางมนุษยธรรมฉุกเฉิน เพื่อเข้าไปช่วยเหลือลูกเรือนับหมื่นคนที่กำลังติดอยู่กลางวงล้อมก่อนที่ยอดผู้เสียชีวิตจะพุ่งสูงไปกว่านี้
"ตอนนี้ไม่มีใครบนเรือที่สู้เพื่อเงินค่าจ้างอีกแล้ว พวกเขากำลังสู้เพื่อเอาชีวิตรอดและกลับไปหาครอบครัวที่บ้านให้ได้เท่านั้น"