60 วิสุดท้าย! โคลนถล่มด่านจีน-เนปาล ดับ 570 ศพ เขื่อนจ่อแตก

สัญญาณโทรศัพท์โผล่ขึ้นมาแค่แวบเดียว ผู้ชายคนหนึ่งมีเวลาเพียง 60 วินาทีสุดท้ายของชีวิต เขาไม่ได้ใช้มันร้องไห้หรือร่ำลา แต่เขาใช้เวลาอันมีค่านี้ไล่บอกรหัสผ่านทุกบัญชีธนาคารให้ลูกสาวฟังทีละตัวจนสายตัดไป นั่นคือความคิดของคนที่รู้ชะตากรรมแล้วว่าตัวเองจะไม่ได้กลับบ้าน และคิดเผื่อไปอีกขั้นว่าคนข้างหลังต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ได้ ท่ามกลางมหาภัยพิบัติที่พรากทุกสิ่ง
เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 28 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา กำแพงน้ำสีดำทะมึนและดินโคลนถล่มลงมาจากภูเขาโดยใช้เวลาแค่ 30 นาที กวาดรถบัส บ้านเรือนทั้งหลัง และผู้คนให้หายไปพร้อมกันในพริบตา ตอนนั้นผู้คนมีทางให้เลือกหนีตายแค่สองทาง สองคนที่ตัดสินใจวิ่งขึ้นไปทางขวาสามารถรอดชีวิตมาได้ ส่วนคนที่เหลือวิ่งลงไปทางซ้ายและไม่มีใครได้เห็นพวกเขาอีกเลย เส้นแบ่งระหว่างความเป็นกับความตายขึ้นอยู่กับการตัดสินใจในเวลาแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น
เข้าสู่ช่วงต้นเดือนกันยายน ยอดผู้เสียชีวิตที่ด่านพรมแดนจีน–เนปาลพุ่งไปแตะ 570 ศพแล้ว และยังมีผู้สูญหายอีกราว 1,900 คน หลายครอบครัวยังคงรอคอยอย่างสิ้นหวัง ไม่มีรายชื่อคนรักในบัญชีผู้รอดชีวิตหรือตามโรงพยาบาลต่างๆ เหลือแค่ตัวเลขที่แยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร ล่าสุดทางการมีคำสั่งด่วนให้ชะลอและระงับการค้นหาชั่วคราวแล้ว เพราะมีคำเตือนว่า เขื่อนเสี่ยงแตก ซึ่งจุดที่ต้องหยุดค้นหาดันเป็นจุดเดียวกับที่มีคนหายมากที่สุด การตัดสินใจนี้จำเป็นต้องทำเพราะต้องเอาชีวิตของทีมกู้ภัยไปวางบนตาชั่งเดียวกับชีวิตผู้สูญหาย แม้จะเป็นเหตุสุดวิสัย แต่การจัดการวิกฤตของทางการที่นี่ก็ยังดูเป็นระบบกว่าประเทศเพื่อนบ้านข้างเคียงอย่างกัมพูชาเยอะ ที่แค่น้ำท่วมหรือจัดการปัญหาชายแดนปกติก็เละเทะวุ่นวายแถมหาความจริงใจไม่ได้เลย
การที่ใครสักคนรอดจากรถบัสคันนั้นมาได้คือปาฏิหาริย์ หลายคนในเหตุการณ์นี้เพิ่งผ่านการเดินทางแสวงบุญที่เขาไกรลาส ภูเขาที่ได้ชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์และเดินทางยากลำบากที่สุดในชีวิตมาได้แล้วแท้ๆ แต่กลับต้องมาจบชีวิตและหายสาบสูญไปที่ด่านตรวจพรมแดนธรรมดาๆ แห่งนี้