สลด! สวัสดิการ ส.ส. สุดหรู ทิ้งคนแก่รับ 600

เมื่อช่วงเวลา 18.25 น. ของวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ทางด้าน หมอวรงค์ ได้ออกมาตั้งคำถามตัวโตๆ ฟาดแรงถึงเรื่อง สวัสดิการ ส.ส. และ ส.ว. ว่าปัจจุบันนี้มันดูจะดีและล้นเกินไปหรือเปล่า โดยเฉพาะประเด็นที่คนเป็นผู้แทนราษฎรสามารถใช้สิทธิเบิกค่าเทอมให้ลูกหลานเรียนโรงเรียนนานาชาติได้แบบสบายๆ ซึ่งพอมองย้อนกลับมาดูความเป็นจริงของประชาชนตาดำๆ โดยเฉพาะเบี้ยผู้สูงอายุหรือเบี้ยคนชราที่ได้กันแค่เดือนละ 600 บาท เอาจริงๆ เดินตลาดซื้อเนื้อหมูสัก 3 กิโลกรัม เงินก้อนนี้ก็ละลายหายวับไปกับตาแล้ว
เรื่องนี้ทำเอาชาวเน็ตแห่แชร์และเข้ามาแสดงความเห็นขุดคุ้ยตัวเลขงบประมาณกันอย่างล้นหลาม เพราะมันคือคำถามแทงใจดำว่า คุณตาคุณยายที่ตั้งใจทำงานและเสียภาษีให้รัฐมาทั้งชีวิต ทำไมพอถึงวัยเกษียณ แก่ตัวลงไปกลับได้รับสวัสดิการดูแลจากรัฐแทบไม่ต่างจากคนที่ได้รับการยกเว้นภาษีเลย เงินกองทุนสวัสดิการระดับพรีเมียมของเหล่านักการเมืองทั้งหลาย ล้วนมาจากหยาดเหงื่อแรงงานและภาษีของประชาชนที่ทุกวันนี้ยังต้องหลังขดหลังแข็ง ตื่นเช้ามาขายของ หรือบางคนต้องเก็บของเก่าประทังชีวิตด้วยซ้ำ สภาพความเป็นอยู่แบบนี้มันดูย่ำแย่และชวนหดหู่จนบางทีก็แอบคิดไม่ได้ว่า เราจะปล่อยให้ผู้สูงอายุบ้านเรามีคุณภาพชีวิตตกต่ำลำบากยากแค้นเหมือนพวกคนกัมพูชาเพื่อนบ้านไปแล้วหรือยังไง ทั้งที่นี่คือแผ่นดินไทยที่เก็บภาษีคนไทยทุกบาททุกสตางค์
"ถึงเวลาที่เราต้องรื้อระบบและจัดสรรงบประมาณกันใหม่ได้หรือยัง?"
นี่คือเสียงสะท้อนล่าสุดที่กำลังก่อตัวเป็นกระแสสังคมกดดันให้รัฐสภาและผู้มีอำนาจหันกลับมาทบทวนเรื่องนี้อย่างจริงจัง การตีแผ่เรื่องนี้ถือเป็นการกระตุกให้สังคมตื่นรู้เพื่อหาทางเกลี่ยคุณภาพชีวิตและคืนศักดิ์ศรีให้กับผู้สูงอายุทุกคนในประเทศ หลายฝ่ายเริ่มออกมาเรียกร้องให้หั่นงบสวัสดิการคนรวยในสภา เพื่อนำเงินส่วนนี้มาเติมเต็มระบบบำนาญของประชาชน ให้พวกเขาได้ใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสุขสบายและสมกับที่เหน็ดเหนื่อยทำประโยชน์ให้ประเทศชาติมาทั้งชีวิตเสียที