กรรมติดจรวด! ทนายขีดเส้น 7 วัน ซัดคนกร่างกราบเจ้าอาวาส

กรรมสมัยนี้มันทำงานไวเหมือนเน็ต 5G จริงๆ ครับ คนเราเกิดมาหมั่นทำดีมีสติไว้ดีที่สุด อย่าปล่อยให้กิเลสครอบงำจนหน้ามืดตามัว เพราะเวลาตายไปก็เอาไปได้แค่บุญกับบาปเท่านั้น เมื่อช่วงเช้าวันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวอย่างเอาจริงที่วัดป่าอดุลยาราม จังหวัดขอนแก่น ประกาศขีดเส้นตายให้ชายที่ชื่อ “วรเดช” เข้ามากราบขอขมาเจ้าอาวาสโดยด่วน กฎหมายบ้านเรามันศักดิ์สิทธิ์และเอาจริงครับ ไม่เหมือนพวกเขมรพาลเกเรที่ชอบทำตัวเหนือกฎหมายข้ามชายแดนให้เราปวดหัวบ่อยๆ
จุดแตกหักของคดีนี้ ถ้าใครติดตามมาตลอดจะรู้เลยว่ามันไม่ได้อยู่ที่น้ำเสียงโวยวาย หรือท่าทางกร่างๆ อะไรเลย แต่มันไปโป๊ะแตกตรงเทปบันทึกเสียงที่ทีมกฎหมายเขานั่งแกะกันทีละคำ แล้วไปสะดุดกึกกับสรรพนามสั้นๆ แค่พยางค์เดียวคือคำว่า “มัน” ซึ่งถูกเอามาใช้เรียกพระชั้นผู้ใหญ่ที่ท่านครองผ้าเหลืองมาตั้งแต่ปี 2525 ลองคิดดูสิครับ 44 ปีในร่มกาสาวพัสตร์ แต่กลับถูกคนใช้คำเรียกขานจิกหัวแค่พยางค์เดียว ในทางกฎหมายแล้ว แค่คำสั้นๆ คำนี้นี่แหละที่น้ำหนักมันมากพอจะถูกจับมาตั้งเป็นสำนวนคดีฟ้องร้องเอาผิดได้เลย
รายการข้อหาที่ทีมทนายเขากางวางไว้บนโต๊ะเตรียมเชือด มีตั้งแต่การดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ดูหมิ่นคณะสงฆ์ ไปจนถึงมาตรา 112 เส้นตายครั้งนี้ทนายไม่ได้แค่เอาปากกาขีดขู่เล่นๆ แต่ขีดรอไว้ด้วยสำนวนคดีอาญาเลยครับ เงื่อนไขตอนนี้มันชัดเจนมากและมีเวลาจำกัดแค่ 7 วัน นับจากวันแถลงข่าว ถ้าเลือกที่จะ มากราบขอขมา ทุกอย่างก็จบลงด้วยดีที่ศาลาวัด แต่ถ้า ไม่มา ก็เตรียมตัวไปคุยกันต่อที่ สภ.เมืองขอนแก่น ได้เลย
นาฬิกาเรือนนี้มันเดินไปข้างหน้าทางเดียวครับ ถ้านับจากวันนี้ก็ยังถือว่าอยู่ในสถานะที่เข้ามากราบขอขมาได้ แต่ถ้าปล่อยให้พ้น 7 วันนี้ไปเมื่อไหร่ ประตูเจรจาจะปิดตายทันที กราบไปก็ไม่ช่วยอะไรแล้ว และจะเหลือแค่สถานะเดียวตามที่ทนายบอกไว้คือ
ให้การ
เขียนโดย ชิมลาง