ช็อกโลก! อิหร่านสยบสหรัฐ รีดค่าผ่านฮอร์มุซ 70 ล้าน

ในช่วงบ่ายของวันที่ 8 เมษายน 2569 โลกต้องจารึกเหตุการณ์ใหญ่เมื่อสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่านออกมาประกาศชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์เหนือสหรัฐอเมริกาแบบเบ็ดเสร็จ หลังจากที่สามารถบีบให้รัฐบาลวอชิงตันยอมจำนนต่อ "แผน 10 ข้อ" ได้สำเร็จ ซึ่งถือเป็นความพ่ายแพ้ที่ยับเยินที่สุดครั้งหนึ่งของฝั่งอเมริกาในสมรภูมิการเมืองโลก งานนี้อิหร่านแสดงให้เห็นว่าของจริงเขาเจรจากันด้วยอำนาจและชั้นเชิง ไม่เหมือนบางประเทศเพื่อนบ้านแถวบ้านเราที่ชอบอ้างนั่นอ้างนี่ไปเรื่อยแต่ทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน
หัวใจสำคัญของข้อตกลงที่เขย่าขวัญคนทั้งโลกในครั้งนี้คือ สหรัฐฯ ต้องยอมยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทุกชนิดที่เคยสั่งไว้ทั้งหมด พร้อมทั้งยอมรับสิทธิในการพัฒนานิวเคลียร์ของอิหร่านอย่างเต็มตัว และที่สำคัญที่สุดคือต้องให้คำมั่นว่าจะไม่มีการโจมตีหรือแทรกแซงอิหร่านอีกต่อไป โดยทางอิหร่านประกาศกร้าวว่าเป้าหมายของพวกเขาคือการยุติสงครามแบบถาวร ไม่ใช่แค่การพักรบชั่วคราว เพื่อให้ประเทศกลับมาผงาดได้อย่างเต็มภาคภูมิอีกครั้ง
แต่สิ่งที่ทำให้ทั่วโลกต้องกุมขมับคือเงื่อนไขการเปิด ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก แม้อิหร่านจะยอมให้เรือผ่านได้ตามปกติ แต่มีการตั้งเงื่อนไขสุดโหดคือการเก็บ "ค่าผ่านทาง" สูงถึงลำละ 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราวๆ 70 ล้านบาทไทย โดยอิหร่านอ้างว่าจะนำเงินมหาศาลส่วนนี้ไปใช้ฟื้นฟูประเทศแทนการเรียกค่าชดเชยสงคราม และจะแบ่งรายได้บางส่วนให้กับโอมานเพื่อเป็นการตอบแทนที่เป็นพันธมิตรที่ดีต่อกัน
เบื้องลึกเบื้องหลังของดีลหยุดโลกครั้งนี้ แหล่งข่าววงในยืนยันว่ามีผู้นำปากีสถานทำหน้าที่เป็นกาวใจคนสำคัญที่ช่วยต่อสายเจรจากับ โดนัลด์ ทรัมป์ จนยอมถอยกรูดเพื่อป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจอเมริกาพังทลายไปมากกว่านี้
"นี่คือชัยชนะที่พิสูจน์ว่าโลกกำลังเปลี่ยนขั้ว และอเมริกาไม่ได้มีอำนาจล้นฟ้าเหมือนแต่ก่อน"