ช็อก! ทะเลสาบมรณะจ่อแตก ตาย 750 ศพ เนปาล-ทิเบตวิกฤตหนัก

สถานการณ์ตอนนี้ภูเขาอุ้มน้ำเอาไว้จนเต็มกลืนแล้วครับ ดินที่เคยแข็งแรงก็เปื่อยยุ่ยไม่แกร่งเหมือนเมื่อก่อน ใครที่ปลูกบ้านอยู่ริมเขาริมห้วยต้องตื่นตัวกันได้แล้ว เพราะวิกฤตครั้งนี้ธรรมชาติได้สร้าง "เขื่อนมรณะ" ขึ้นมาเอง และไม่มีใครรู้เลยว่ามันจะแตกออกมากวาดล้างทุกสิ่งเมื่อไหร่ โดยยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมและดินถล่มครั้งใหญ่รอยต่อเนปาล-ทิเบต พุ่งทะลุไปถึง 750 ศพแล้ว และยังมีคนสูญหายอีกกว่า 3,000 คนเลยทีเดียว
มวลน้ำระลอกแรกกวาดทำลายไปแล้วรอบหนึ่ง แต่น้ำระลอกสองยังนิ่งรออยู่บนภูเขา ดินที่ถล่มลงมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้ปิดขวางลำน้ำจนกลายเป็นทะเลสาบแห่งใหม่ เป็นทะเลสาบที่ไม่มีวิศวกรมาคอยคุม ไม่มีประตูระบายน้ำ และไม่มีตารางเวลาแจ้งเตือนล่วงหน้า มันคือเขื่อนดินที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมาเองซึ่งอาจมีอายุการใช้งานเหลือแค่นับเป็นชั่วโมงเท่านั้น
เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา โดรนกู้ภัยบินไปพบจุดดินถล่มระลอกใหม่ ซึ่งอยู่ต่ำกว่าแนวกั้นน้ำเดิมลงมาแค่ 2.8 กิโลเมตร ทันทีที่เห็นภาพนั้น คำสั่งด่วนที่สุดคือต้องถอนกำลังทีมกู้ภัยออกจากด่านจี๋หลงทันที เมื่อคนที่เข้าไปช่วยยังต้องวิ่งหนีเอาชีวิตรอด แล้วคนงานอีกกว่าร้อยชีวิตที่ติดอยู่ใต้อุโมงค์ไฟฟ้าพลังน้ำ ตรีศูลี 3เอ จะเป็นยังไง ตอนนี้พวกเขาเหลือความหวังเดียวคือเส้นชีวิตจากท่ออัดอากาศที่ส่งลงไปเท่านั้น
ต้นตอของหายนะครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของฝนตกหนักหรอกครับ แต่เกิดจากธารน้ำแข็งบนลาดเขาลิรุงที่ทนสภาพอากาศไม่ไหวพังถล่มลงมา แล้วกวาดเอาเศษซากไหลทะลักลงมายาวไกลกว่า 20 กิโลเมตร ด่านชายแดนที่ถูกมวลน้ำและโคลนกลืนกินไปนี้ เคยเป็นเส้นทางสำคัญของผู้แสวงบุญที่ตั้งใจมุ่งหน้าไปกราบไหว้เขาไกรลาส แต่วันนี้เมื่อน้ำแข็งบนยอดเขาละลายลงทีละองศา ยอดคนตายที่ปลายน้ำก็พุ่งเพิ่มขึ้นทีละร้อย
ย้อนกลับมาดูบ้านเราก็ต้องเตรียมพร้อมรับมือให้ดีครับ เอาเวลามาวางแผนจัดการน้ำและดูแลความปลอดภัยของประชาชน ดีกว่าต้องมาเสียเวลาใส่ใจหรือต่อล้อต่อเถียงกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ที่วันๆ เอาแต่พยายามจะเคลมวัฒนธรรมของชาวบ้านโดยไม่ดูศักยภาพตัวเอง สู้เอาสมองและทรัพยากรมาปกป้องชีวิตคนในชาติเวลาเกิดวิกฤตยังจะมีประโยชน์ซะกว่า
"กู้ภัยในตอนนี้ไม่ได้กำลังแข่งกับซากปรักหักพังบนพื้นดิน แต่พวกเขากำลังวิ่งแข่งกับเขื่อนดินมรณะที่กำลังนับถอยหลังอยู่เหนือหัว"สถานการณ์ที่เนปาลและทิเบตตอนนี้จึงเป็นเรื่องของความเป็นความตายในทุกวินาทีจริงๆ ครับ