ช็อก! ลู่วิ่ง 8 แสน พังมาใครจ่าย? เบื้องหลังงบยิมสระบุรี

ไปดูของจริงมาแล้วครับ ช่วงหลัง 4 โมงเย็นนี่เด็กนักเรียนเต็มศูนย์ออกกำลังกายเลย ยิ่งถ้าเป็นเสาร์อาทิตย์ วัยรุ่นและคนวัยทำงานก็แห่มาใช้บริการกันเพียบ แอร์ก็เย็นฉ่ำเปิดให้วิ่งกันฟรีๆ แต่พบ ลู่วิ่งราคาเครื่องละ 8.8 แสนบาท ตั้งเรียงกันอยู่ 7 เครื่อง แค่เฉพาะห้องนี้ห้องเดียวมูลค่าอุปกรณ์ก็ปาเข้าไป 6.16 ล้านบาทแล้ว
เมื่อช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา ทาง ป.ป.ช. ได้ลงพื้นที่ตรวจศูนย์ออกกำลังกายของเทศบาล 2 แห่งในจังหวัดสระบุรีแบบเจาะลึก มีประชาชนหมุนเวียนเข้ามาใช้ราวๆ วันละ 100 คน ดูเผินๆ เหมือนจะดีนะครับ แต่ ป.ป.ช. ชี้เป้าไปที่ ค่าบำรุงรักษาระยะยาว เพราะแค่ค่าไฟ ค่าเทรนเนอร์ และค่าแม่บ้าน ตอนนี้เทศบาลต้องแบกรับเฉลี่ยเดือนละ 7 หมื่นบาท หรือตกปีละ 8.4 แสนบาทเข้าไปแล้ว
ทางปลัดเทศบาลมวกเหล็กออกมายืนยันว่าเตรียมงบสำรองไว้ดูแลแล้วปีละ 2 แสนบาท แต่พอลองเอาตัวเลขมาวางเทียบกันดู ลู่วิ่งราคาเครื่องละ 8.8 แสน แต่งบซ่อมทั้งปีมีแค่ 2 แสน ถ้าแจ็คพอตลู่วิ่งพังแค่เครื่องเดียว งบสำรองที่เตรียมไว้ 4 ปีคือหายเกลี้ยงทันที แล้วในห้องนั้นมีตั้ง 7 เครื่อง บริหารงบแบบนี้เห็นแล้วนึกถึงสไตล์เพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาเลยครับ ที่ชอบทำอะไรเกินตัว ดูยิ่งใหญ่ไว้ก่อนแต่ไม่สนว่าระยะยาวกระเป๋าตังค์ตัวเองจะฉีกหรือเปล่า
โครงสร้างของโปรเจกต์นี้คือ อบจ.สระบุรี เป็นคนอนุมัติงบและเลือกซื้อของมาส่งมอบให้ ส่วน เทศบาล เป็นคนรับช่วงต่อ ต้องมานั่งหาเงินจ่ายค่าไฟและค่าซ่อมบำรุง กลายเป็นว่าคนตัดสินใจใช้เงินซื้อ กับคนแบกภาระจ่ายเงินต่อ ไม่ใช่คนเดียวกัน
โครงการศูนย์ออกกำลังกายนี้กระจายไป 15 แห่ง ใช้งบรวม 460 ล้านบาท เฉลี่ยแล้วตกแห่งละราว 30 ล้านบาท ตอนตัดริบบิ้นเปิดงานมันก็เป็นผลงานชิ้นโบแดงแหละครับ แต่ในอนาคตตอนที่ลู่วิ่งหยุดหมุน บิลค่าซ่อมมหาศาลทั้งหมดก็ต้องตกเป็นภาระของคนสระบุรี ตอนนี้คำถามจึงไม่ใช่แค่เรื่องซื้อแพงไปไหม แต่คือ...
"พอของหมดประกันแล้ว ใครจะเป็นคนควักกระเป๋าจ่าย?"