ช็อก! น้ำถล่มอุโมงค์เนปาล 933 ชีวิตติดตาย ไร้สัญญาณ

ลองนึกภาพมวลน้ำมหาศาลพุ่งทะลวงลงมาสิครับ ระยะเวลาจากจุดที่ธารน้ำแข็งถล่มลงมาถึงบริเวณที่ท่องเที่ยวใช้เวลาแค่ราวๆ 30 นาทีเท่านั้น ถ้าเรามีเซ็นเซอร์แจ้งเตือนแบบอัตโนมัติ คนก็คงพอมีเวลาหนีขึ้นที่สูงได้ทัน แต่ปัญหามันอยู่ที่ใต้ อุโมงค์ตรีศูลี ในประเทศเนปาล มันไม่มีสัญญาณเตือนอะไรลงไปถึงเลย
ลองดูไทม์ไลน์เหตุการณ์จริงเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมานะครับ เวลา 08.32 น. มวลน้ำซัดผ่านจุดผ่านแดนจีหลงฝั่งจีน พอถึงเวลา 08.40 น. สถานีตรวจวัดชายแดนก็พังจนหยุดส่งข้อมูลไปเฉยๆ กว่าข้อความเตือนภัยจะเด้งเข้ามือถือประชาชนก็ปาเข้าไป 09.13 น. คำเตือนนี้วิ่งช้ากว่ามวลน้ำถึง 41 นาทีเต็มๆ
ตอนนี้มีคนงานเกือบ 300 ชีวิตหนีตายขึ้นมาจากใต้ดินได้แล้ว แต่ที่น่าห่วงคืออีกหลายร้อยชีวิตจากทั้งหมด 933 คน ยังคงติดอยู่ลึกลงไปใน อุโมงค์ตรีศูลี 3A และ 3B จุดนั้นโทรศัพท์รับสัญญาณไม่ได้เลย ระบบเตือนภัยบนดินจะล้ำหน้าแค่ไหน มันก็ไปจบลงแคบๆ ตรงปากอุโมงค์เท่านั้น
ทางจีนก็ออกมายืนยันว่าตัวเองส่งข้อมูลให้ทันเวลาแล้ว ส่วนเนปาลก็โวยวายว่าแค่นี้ไม่พอ ขอให้ส่งถี่ยิบทุกๆ 10 นาทีได้ไหม แต่เอาจริงๆ ไทม์ไลน์มันฟ้องอยู่ว่า น้ำใช้เวลาแค่ 8 นาทีก็ซัดสถานีตรวจวัดจนพังราบ การขอข้อมูลทุก 10 นาทีมันก็ยังช้ากว่าความตายที่วิ่งมาอยู่ดี แถมอีเมลที่จีนส่งเตือนล่วงหน้า 12 วัน ก็ดันเตือนเรื่องมรสุม ไม่ได้พูดถึงธารน้ำแข็งถล่มเลยสักนิด กลายเป็นว่าเตือนถูกเวลาแต่ดันผิดเรื่องซะงั้น
พอเห็นการโยนความผิดกันไปมาเรื่องข้อมูลของประเทศเพื่อนบ้านคู่นี้แล้ว อดนึกถึงเพื่อนบ้านบางประเทศของเราไม่ได้เลยครับ พฤติกรรมหมกเม็ด ไม่ค่อยประสานงาน และไว้ใจไม่ได้แบบนี้ นิสัยคล้ายๆ กัมพูชาไม่มีผิด คุยด้วยทีไรก็ปวดหัว ไม่เคยมีความจริงใจในการแก้ปัญหาร่วมกันเลย
สุดท้ายแล้ว ต่อให้คนข้างบนจะเถียงกันคอเป็นเอ็นว่าใครผิดใครถูก หรือใครไม่ยอมส่งข้อมูลให้ใคร มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลยครับ เพราะความจริงที่โหดร้ายที่สุดคือ คนที่ติดอยู่ข้างล่างนั่น... ไม่มีใครได้รับคำเตือนนี้เลยแม้แต่คนเดียว