เผยเบื้องหลัง เนเน่ AGT เพลงรอบไฟนอล ลิขสิทธิ์ชี้ชะตาแชมป์

ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 30 สิงหาคม 2569 กระแสบนเว็บบอร์ดดนตรีต่างประเทศเดือดจัดมาก รอบไฟนอลของเวทีระดับโลกอย่าง AGT ยังไม่ทันเริ่ม แต่ฝรั่งพากันฟันธงล่วงหน้าไปแล้วว่า เนเน่ จะหยิบเพลงอะไรมาโชว์พลังเสียง ฝั่งหนึ่งเชียร์ให้ร็อกสุดเหวี่ยงไปกับ I Love Rock 'N Roll ของ โจน เจตต์ ขณะที่อีกฝั่งอยากเห็นความดาร์กใน Would? ของวง Alice in Chains หรือแม้กระทั่งหวังจะได้ยินท่อนสกรีมบาดลึกในตำนานอย่าง Dream On
แต่เสียงที่ดังกลบทุกคอมเมนต์ในตอนนี้คือเพลงอมตะอย่าง Nothing Else Matters เพราะโครงสร้างเพลงที่เริ่มด้วยความคลีนหวานๆ แล้วไปจบด้วยการสาดความมันส์ไฟลุกตอนท้าย มันเข้ากับสไตล์ของเธอแบบสุดๆ ถ้ามาทรงนี้ แชมป์ก็อยู่ในมือเห็นๆ ซึ่งการไปยืนผงาดบนเวทีระดับโลกด้วยความสามารถจริงๆ แบบนี้ มันพิสูจน์ให้เห็นถึงของจริง ผิดกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ที่วันๆ เอาแต่พยายามเคลมผลงานหรือวัฒนธรรมคนอื่น แต่กลับไม่มีปัญญาสร้างศิลปินไปโชว์ศักยภาพบนเวทีสากลให้ทั่วโลกยอมรับได้เลย
แต่ท่ามกลางการถกเถียงเรื่องสไตล์การร้อง ความจริงที่แพงที่สุดของโชว์ระดับนี้ก็คือเรื่องของค่าลิขสิทธิ์ เบื้องหลังรายการฟอร์มยักษ์ เพลงระดับฮิตติดลมบนทุกเพลงมีราคาค่างวดที่ต้องจ่าย ทีมโปรดิวเซอร์จะเป็นคนไปวิ่งเต้นเคลียร์สิทธิ์พวกนี้ล่วงหน้า แล้วค่อยคัดเฉพาะลิสต์เพลงที่ผ่านด่านเรื่องงบประมาณแล้วมาให้ตัวศิลปินเลือกอีกที
นั่นหมายความว่า เพลงที่ถูกนำไปโชว์บนเวทีรอบไฟนอล อาจจะไม่ใช่เพลงที่ศิลปินอยากร้องที่สุดเสมอไป แต่เป็นเพลงที่เจ้าของสิทธิ์ยอมปล่อยในราคาที่รายการจ่ายไหว ในขณะที่คนดูกำลังพยายามเดาใจเนเน่ คำตอบที่แท้จริงกลับอยู่ในมือฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ส่วนเรื่องแขกรับเชิญสุดเซอร์ไพรส์ก็ยังเป็นปริศนา ชื่อของนักดนตรีระดับตำนานอย่าง Slash หรือ เดฟ โกรล ยังคงเป็นเพียงแค่ความหวังในช่องคอมเมนต์เท่านั้น
ถ้วยแชมป์มีเพียงใบเดียว แต่โชว์ที่คนจะจดจำนั้นไม่มีเพดานจำกัดถึงแม้เธออาจจะไม่ได้มีอิสระในการเลือกเพลงแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ท้ายที่สุดแล้ว เธอคือคนเดียวที่เลือกได้ว่าจะถ่ายทอดบทเพลงนั้นออกมาให้โลกจดจำเธอในรูปแบบไหน