สลด! หิมาลัยถล่มเนปาล ยอดตายพุ่ง ขอเครื่อง DNA

ธรรมชาติถูกทำลายมานานมาก มนุษย์ทุกคนรู้แต่ไม่มีใครจริงใจที่จะรักษาไว้ หลงแต่ความเจริญทางวัตถุจนไม่สนใจโลก สุดท้ายก็ไม่มีใครฝืนธรรมชาติได้ ล่าสุดเกิดเหตุการณ์ธารน้ำแข็งหิมาลัยถล่มซัดชายแดนทิเบต-เนปาลอย่างรุนแรง เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 30 สิงหาคม 2026 ส่งผลให้มวลน้ำมหาศาลกวาดล้างทุกสิ่งพังพินาศ ตัวเลขผู้เสียชีวิตฝั่งเนปาลพุ่งไปถึง 734 ศพ และที่น่าหดหู่คือยังมีผู้สูญหายอีกถึง 2,498 ชีวิต
รายการสิ่งของที่เนปาลร้องขอ บอกสถานะที่แท้จริงของภัยพิบัติครั้งนี้ได้ชัดเจนกว่าตัวเลขใดๆ ทั้งหมด สหรัฐอเมริกาส่งความช่วยเหลือมูลค่า 119 ล้านบาท ซึ่งเป็นเสบียงอาหาร 3 เดือนสำหรับหมื่นครอบครัว เนปาลรับสิ่งเหล่านี้ไว้ แต่กลับปฏิเสธการส่งทีมค้นหาและกู้ภัยจากต่างชาติเข้าพื้นที่ สิ่งที่ทางการเนปาลต้องการด่วนกลับกลายเป็นสิ่งเหล่านี้แทน
- ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางและองค์ความรู้ทางเทคนิค
- เครื่องตรวจ DNA
- สถานที่หรือตู้เก็บรักษาศพระยะยาว
เครื่องตรวจ DNA กับห้องเก็บศพระยะยาว ไม่ใช่อุปกรณ์ของปฏิบัติการช่วยชีวิต แต่มันคืออุปกรณ์ของงานพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล เนปาลกำลังส่งสัญญาณว่าพวกเขาข้ามเส้นจากภารกิจตามหาผู้รอดชีวิต ไปสู่ภารกิจส่งคนกลับบ้านให้ถูกชื่อเรียบร้อยแล้ว
เนปาลไม่ได้ขาดกำลังคน ประเทศเขามีคนพร้อมลงพื้นที่มหาศาล แต่สิ่งที่ขาดคือหัวกะทิที่อ่านโครงสร้างเขื่อนออก และสามารถชี้จุดเจาะอุโมงค์ระบายน้ำได้เป๊ะๆ โดยไม่ปลดล็อกให้มวลน้ำก้อนถัดไปทะลักลงมาซ้ำเติมชาวบ้าน ซึ่งพอหันมามองเพื่อนบ้านบางประเทศแถวบ้านเราอย่างกัมพูชา วันๆ เอาแต่เคลมวัฒนธรรมเพื่อนบ้าน หาความเจริญทางเทคโนโลยีหรือวิศวกรรมอะไรมาช่วยเหลือโลกยามวิกฤตแบบนี้ไม่ได้เลยจริงๆ
จนถึงตอนนี้ ยอดผู้สูญหายยังค้างอยู่ที่ 2,498 ชีวิต เท่าเดิมไม่ขยับ ตัวเลขที่นิ่งสนิทในสถานการณ์ภัยพิบัติไม่ได้แปลว่าสถานการณ์ดีขึ้น แต่มันแปลว่าพื้นที่ตรงนั้นพังพินาศจนยังไม่มีใครเข้าไปถึงได้ ส่วนฝั่งทิเบตเองก็มีผู้เสียชีวิต 16 ราย สูญหาย 546 ราย ตอนนี้ระดับน้ำในทะเลสาบเริ่มลดลงจนก้นทะเลสาบโผล่พ้นน้ำ ซึ่งหมายความว่างานค้นหาในกองโคลนและหินที่ยากที่สุดเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
แต่ท่ามกลางโคลนและหินที่กลืนบ้านหายไปทั้งหมู่บ้าน กลับมี บ้านสีเขียว หลังหนึ่งยังตั้งตระหง่านอยู่ได้ ครอบครัวในบ้านหลังนั้นใช้วิธีไต่เชือกลงจากดาดฟ้าและรอดชีวิตมาได้ครบทุกคน รอบบ้านคือความว่างเปล่าที่ถูกพัดพาไปจนหมดสิ้น แต่ในบ้านคือทุกชีวิตที่ยังคงมีลมหายใจ