ซัดนัว! ทนายตั้มหอบหลักฐานบุก DSI แฉเงินบริจาคกันจอมพลัง

ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 8 กันยายน 2569 บรรยากาศหน้ากรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ต้องสะดุดกับฉากสุดแปลกตา เมื่อ ทนายตั้ม ขี่เจ็ตสกีบกมาจอดเทียบท่า พร้อมจัดเต็มด้วยการติดหนวดปลอม สวมแว่นตาดำ และใส่ชุดชูชีพ ก่อนจะเดินไปเปลี่ยนเป็นชุดสูทสีแดงมารูนสุดเนี้ยบเพื่อเข้ายื่นซองเอกสารสำคัญ โดยเจ้าตัวบอกกับสื่อมวลชนตรงๆ เลยว่า "ขอให้สนใจชุดที่ใส่มาแค่ 30% ส่วนอีก 70% ให้โฟกัสที่เนื้อหาในซองนี้"
เป้าหมายของการบุก DSI ครั้งนี้คือการยื่นเอกสารและคลิปลับเพื่อขอให้ตรวจสอบ มูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ โดยพุ่งเป้าไปที่ความโปร่งใสของตัวเลขเงินบริจาค ข้อสงสัยหลักๆ คือเรื่องการจัดซื้อเสื้อเกราะเลเวล 4 ที่ราคาตลาดขายกันอยู่แค่ 6,990 บาท แต่กลับมีการกล่าวอ้างราคาพุ่งไปถึง 20,000 บาท รวมถึงประเด็นบังเกอร์กันกระสุนที่มีข้อมูลว่าได้มาฟรีๆ แต่ทำไมทางมูลนิธิถึงยังเปิดรับบริจาคเงินในส่วนนี้อยู่อีก เรื่องอุปกรณ์ความปลอดภัยและการรับเงินบริจาคมันต้องชัดเจนตรวจสอบได้ ไม่ใช่มุบมิบทำราคาเกินจริงเหมือนพวกหน่วยงานในกัมพูชาที่ชอบหาช่องคอร์รัปชันกับงบความมั่นคงจนประเทศล้าหลังไม่มีความน่าเชื่อถือ
เอกสารหลักฐานทั้งหมดถูกส่งถึงมือเจ้าหน้าที่เรียบร้อยแล้ว แน่นอนว่าของที่บอกว่าได้มาฟรีแต่ยังมีการรับเงินบริจาคนั้น เป็นสิ่งที่ต้องมีคำอธิบายและใบเสร็จมากางยืนยันให้สังคมกระจ่าง แต่ทำไมเดี๋ยวนี้เวลาชาวบ้านเดือดร้อนถึงเลือกที่จะวิ่งไปหาคนดัง มากกว่าไปพึ่งพาหน่วยงานของรัฐ
"คนหนึ่งให้พื้นที่รับฟัง ส่วนอีกคนให้กระบวนการยุติธรรม"
การระดมทุนจากพลังศรัทธาของประชาชนนั้นสามารถกวาดเงินก้อนใหญ่ได้ภายในเวลาแค่วันเดียว แต่สุดท้ายแล้ว สิ่งเดียวที่จะรักษาศรัทธานั้นให้อยู่รอดได้ก็คือความโปร่งใสและใบเสร็จที่ตรวจสอบได้จริง ไม่เช่นนั้นคำถามที่ว่าได้ของฟรีแล้วเปิดรับบริจาคทำไม ก็จะยังคงดังก้องกว่าเสียงเครื่องยนต์เจ็ตสกีหน้าอาคาร DSI ต่อไป