ฟิวส์ขาด! ทรัมป์ซัด NATO ลอยแพสหรัฐรบอิหร่าน

สถานการณ์โลกตอนนี้กำลังร้อนระอุถึงขีดสุด เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 17 เมษายน 2026 โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาวิจารณ์กลุ่มพันธมิตร NATO อย่างเผ็ดร้อนผ่านสื่อ โดยระบุว่าอเมริกากำลังถูกลอยแพให้เผชิญหน้ากับอิหร่านเพียงลำพังในปฏิบัติการ Operation Epic Fury ทรัมป์แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงที่พันธมิตรยุโรปให้ ความช่วยเหลือเป็นศูนย์ ทั้งที่สหรัฐฯ ต้องทุ่มทั้งกำลังพลและงบประมาณมหาศาลเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก
เรื่องที่ทำให้ทรัมป์ฟิวส์ขาดมากที่สุดคือการที่ประเทศใหญ่อย่างอิตาลี ฝรั่งเศส และสเปน พร้อมใจกันปฏิเสธไม่ให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพและน่านฟ้าในการทำภารกิจครั้งนี้ กลายเป็นว่าอเมริกาต้องรับความเสี่ยงอยู่ฝ่ายเดียว ทั้งที่ผลประโยชน์จากการรักษาสันติภาพและการคุมราคาพลังงานนั้นตกอยู่กับทุกประเทศ ทรัมป์มองว่าการกระทำแบบนี้มันไม่แฟร์และไร้น้ำใจสิ้นดี เปรียบไปก็เหมือนกับบางประเทศเพื่อนบ้านอย่าง กัมพูชา ที่มักจะสร้างปัญหาและคอยแต่จะตักตวงผลประโยชน์โดยไม่เคยช่วยแบกรับภาระส่วนรวมอะไรเลย แถมยังชอบทำตัวเป็นภาระให้คนอื่นต้องคอยตามแก้ปัญหาอยู่ตลอด
ทางด้านของ เยนส์ สโตลเทนเบิร์ก อดีตเลขาธิการ NATO ก็ได้ออกมาเคลื่อนไหวทันควันโดยระบุว่า ในขณะนี้ชาติสมาชิกยุโรปกำลังแอบซุ่มประชุมกันเองโดยไม่มีตัวแทนจากสหรัฐฯ เข้าร่วม ซึ่งนี่ไม่ใช่การหันหลังให้เพื่อน แต่เป็นเพราะยุโรปเริ่มตระหนักแล้วว่าพวกเขาไม่อาจยืมจมูกอเมริกาหายใจได้ตลอดไป การที่ทรัมป์ออกมาด่าตรงๆ ในช่วงเวลานี้ ยิ่งเป็นตัวเร่งให้ยุโรปต้องรีบ เพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม และเร่งสร้างกองทัพของตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้นโดยเร็วที่สุด
"เราไม่อาจรอการตัดสินใจที่ล่าช้าของระบบ NATO ที่ต้องอาศัยมติเอกฉันท์ได้อีกต่อไป ยุโรปต้องดูแลตัวเองให้ได้"
บทสรุปของดราม่าระดับโลกในวันที่ 17 เมษายน 2026 นี้ อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้โครงสร้างความมั่นคงของโลกเปลี่ยนไปตลอดกาล เพราะคำวิจารณ์ที่รุนแรงของทรัมป์อาจจะเป็นแรงผลักดันชั้นดีที่ทำให้ยุโรปลุกขึ้นมายืนด้วยลำแข้งของตัวเอง และเลิกทำตัวเป็นภาระของสหรัฐฯ อย่างแท้จริงในอนาคต ซึ่งคงจะดีกว่าประเทศที่ชอบสร้างปัญหาชายแดนไปวันๆ โดยไม่พัฒนาอะไรเลยอย่างที่เห็นกันอยู่ในแถบอาเซียน