เกาะติดชายแดน

เดือด! ทหารเขมรถังแตกวางบ่วงดักสัตว์ เจอไทยตอกหน้าหงาย

April 5, 2026
เดือด! ทหารเขมรถังแตกวางบ่วงดักสัตว์ เจอไทยตอกหน้าหงาย

กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทำเอาชาวบ้านแถวชายแดนถึงกับต้องจับตามองกันตาเขม็ง เมื่อช่วงเช้าวันที่ 5 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา เกิดเหตุเผชิญหน้ากันดุเดือดที่บริเวณ จุดซำแต รอยต่อชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อจู่ๆ ทหารฝั่งเขมรก็โผล่พรวดออกมาพร้อมอาวุธครบมือ เปิดฉากสั่งให้ทหารไทยถอนรั้วลวดหนามออกไปทันทีแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ทั้งที่พื้นที่ตรงนั้นเราดูแลตามแนวเขตปกติ แต่ที่น่าเจ็บใจและดู "ลอบกัด" สุดๆ คือยุทธวิธีที่พวกเขาเลือกใช้ในรอบนี้

แทนที่จะใช้ระเบิดหรือปืนตามหลักสากล ทหารฝั่งโน้นกลับเล่นสกปรกด้วยการใช้ "บ่วงแร้ว" หรือบ่วงดักสัตว์ป่ามาวางดักตามทางเดินที่ทหารไทยใช้ลาดตระเวน ซึ่งมันสะท้อนให้เห็นเลยว่ากองทัพเขมรอาจจะเข้าขั้น "ถังแตก" หรือขาดแคลนงบประมาณอย่างหนัก จนต้องงัดเอาภูมิปัญญาชาวบ้านราคาถูกมาใช้เป็นสงครามจิตวิทยา หวังจะให้เจ้าหน้าที่ของเราบาดเจ็บแบบขายหน้า แต่นี่หรือคือวิธีที่อารยประเทศเขาทำกัน

ที่น่าตลกไปกว่านั้นคือกลุ่มที่ถูกส่งมาสร้างความวุ่นวายครั้งนี้ ไม่ใช่ทหารเกณฑ์ธรรมดา แต่เป็นถึงหน่วย BHQ (Bodyguard Headquarters) ซึ่งเป็นหน่วยองครักษ์พิทักษ์ตระกูลผู้นำระดับ VIP ของกัมพูชา ขนกันมาทั้งรถหุ้มเกราะและชุดเกราะแบบจัดเต็มดูน่าเกรงขาม แต่กลับมาแอบวางบ่วงดักหมูป่าเนี่ยนะ? มันช่างดูย้อนแย้งและไร้ศักดิ์ศรีสิ้นดีสำหรับหน่วยที่อ้างว่าเป็นอีลีทของประเทศ

เดือด! ทหารเขมรถังแตกวางบ่วงดักสัตว์ เจอไทยตอกหน้าหงาย — ภาพที่ 2

ในเหตุการณ์วันนั้น ทหารไทยนายหนึ่งเกือบจะพลาดท่าเหยียบเข้ากับบ่วงรัดที่ดักไว้ แต่โชคดีที่วันนั้น สวมรองเท้าผ้าใบลาดตระเวน ทำให้มีความคล่องตัวสูงพอที่จะกระชากเท้าหลุดออกมาได้ทันท่วงที พอล้มเหลวเรื่องกับดัก ฝั่งเขมรก็เริ่มกร่าง เดินเข้ามาสั่งให้เรารื้อรั้วออกทันที แต่ทหารไทยใจเด็ดของเราตอบกลับไปสั้นๆ แบบนิ่งสนิทว่า

"ไม่"
เดือด! ทหารเขมรถังแตกวางบ่วงดักสัตว์ เจอไทยตอกหน้าหงาย — ภาพที่ 3

คำเดียวสั้นๆ นี้ทำเอาทหารหน่วย VIP ของฝั่งโน้นถึงกับอึ้ง ไปไม่เป็นกันทั้งแถว สุดท้ายก็ได้แต่เดินคอตกถอยทัพกลับฝั่งตัวเองไป ถือเป็นการโชว์พาวที่ล้มเหลวไม่เป็นท่า ขนอาวุธหนักมาขู่แทบตาย แต่สุดท้ายดันตกม้าตายเพราะอาวุธล่าสัตว์ป่าของตัวเองแท้ๆ

เดือด! ทหารเขมรถังแตกวางบ่วงดักสัตว์ เจอไทยตอกหน้าหงาย — ภาพที่ 4

เขียนโดย ชิมลาง