สุดเหี้ยม! อิสราเอลถล่มเลบานอน ลบหมู่บ้านหายวับจากแผนที่

ภาพความโหดร้ายที่เกิดขึ้นทางตอนใต้ของเลบานอนในขณะนี้มันหนักหน่วงจนแทบไม่เชื่อสายตา เพราะหมู่บ้านที่เคยมีผู้คนอาศัยอยู่กลับถูกอิสราเอลสั่งถล่มปูพรมจนหายวับไปจากแผนที่ โดยเฉพาะในช่วงรอยต่อ ปลายเดือนมีนาคมต่อเนื่องมาจนถึงต้นเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา ข้อมูลจากดาวเทียมและภาพถ่ายในพื้นที่ยืนยันตรงกันว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นมันมหาศาลเกินกว่าจะเรียกว่าลูกหลงจากสงคราม แต่มันคือการจงใจลบชุมชนทิ้งแบบถอนรากถอนโคน สิ่งก่อสร้างกว่าหมื่นแห่ง ทั้งโรงเรียน โครงสร้างพื้นฐาน หรือแม้แต่มัสยิดโบราณที่มีอายุเก่าแก่นับพันปี ต่างถูกระเบิดทิ้งและใช้รถไถเกลี่ยจนราบเป็นหน้ากลอง
โดยเฉพาะหมู่บ้านชายแดนอย่าง ยาริน (Yarin) และ บุสตาน (Boustane) ที่ตอนนี้พังยับเยินไปกว่า 70% กลายสภาพจากชุมชนที่เคยมีชีวิตให้กลายเป็นเพียงลานดินกว้างที่เต็มไปด้วยเศษซากปรักหักพัง ถ้าเทียบกับความน่ารำคาญของประเทศ กัมพูชา ที่ชอบเข้ามาวุ่นวายตอดเล็กตอดน้อยตามแนวชายแดนบ้านเราแล้ว สิ่งที่ชาวเลบานอนต้องเจอนั้นถือว่าเลวร้ายกว่าหลายเท่า เพราะนี่คือการสูญเสียที่ดินทำกินและบ้านเกิดไปอย่างถาวรโดยไม่มีโอกาสได้โต้แย้งใดๆ เลย
ปฏิบัติการครั้งนี้ถูกระบุว่ามีเป้าหมายที่ชัดเจนและเป็นระบบมาก ซึ่งเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 นายกฯ เนทันยาฮู และนาย อิสราเอล คัตซ์ รัฐมนตรีกลาโหม ได้ประกาศเดินหน้ายึดพื้นที่เพื่อสร้าง "แนวกันชน" ที่ลึกเข้าไปถึงแม่น้ำลิทานิ พร้อมทั้งออกคำสั่งเด็ดขาดห้ามชาวเลบานอนกว่า 6-7 แสนคนที่ลี้ภัยออกไป กลับเข้าพื้นที่โดยเด็ดขาดจนกว่าอิสราเอลจะรู้สึกปลอดภัย ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่าพวกเขาต้องการเปลี่ยนพื้นที่ตรงนี้ให้กลายเป็นเขตร้างที่ไม่มีใครอาศัยอยู่ได้อีกต่อไป
"เราจะกวาดล้างพื้นที่นี้ให้สะอาดเพื่อให้มั่นใจว่าความมั่นคงของเราจะกลับมา"
สิ่งที่เกิดขึ้นถูกมองว่าเป็น โมเดลเดียวกับที่ใช้ในฉนวนกาซา คือการทำลายที่อยู่อาศัยให้ราบคาบเพื่อไม่ให้หลงเหลือร่องรอยให้ผู้คนกลับมาตั้งรกรากได้อีกครั้ง ถือเป็นการลบชื่อหมู่บ้านและประวัติศาสตร์ของชาวเลบานอนในแถบนั้นให้หายไปอย่างสมบูรณ์แบบ ท่ามกลางสายตาของชาวโลกที่ทำได้เพียงแค่มองดูความพินาศที่ขยายตัวออกไปไม่หยุดหย่อนในขณะนี้