อึ้ง! มาเลเซียหั่นอุดหนุนน้ำมัน สะเทือนไทยรอวันเจ๊ง?

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 นายกฯ อันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย ได้ออกมาประกาศแผนรับมือวิกฤตพลังงานแบบสายฟ้าแลบ จนล่าสุดในช่วงต้นเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา รัฐบาลเสือเหลืองเริ่มลงดาบมาตรการรัดเข็มขัดอย่างจริงจังแล้วครับ เพราะความจริงที่น่าตกใจคือมาเลเซียผลิตน้ำมันดิบได้แค่ประมาณ 350,000 บาร์เรลต่อวัน แต่ความต้องการใช้ในประเทศกลับพุ่งสูงถึง 700,000 บาร์เรลต่อวัน เรียกว่าใช้เกินตัวไปเท่าตัวเลยทีเดียว ทำให้ต้องแบกภาระนำเข้าน้ำมันมหาศาลท่ามกลางราคาตลาดโลกที่แพงหูฉี่
ทางออกของเขาคือการใช้ระบบ Targeted Subsidy หรือการอุดหนุนแบบเจาะจงผ่านโครงการ BUDI95 ที่ตอนนี้ตัดสินใจหั่นโควตาอุดหนุนน้ำมันเบนซิน RON95 ของประชาชนทั่วไปลงแบบใจถึง จากเดิมให้ 300 ลิตร เหลือเพียง 200 ลิตรต่อเดือนเท่านั้น ส่วนพวกกลุ่มคนรวยระดับท็อป 5% ของประเทศ และพวกชาวต่างชาติบอกเลยว่าหมดสิทธิ์ใช้ของถูก ต้องควักเงินจ่ายราคาเต็มกันไปตามระเบียบ ซึ่งมาตรการนี้ดูเป็นระบบและมีความรับผิดชอบต่ออนาคตชาติมาก ผิดกับเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาที่นอกจากจะไม่มีแผนจัดการพลังงานอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันแล้ว วันๆ ยังชอบสร้างแต่เรื่องปวดหัวและประเด็นดราม่าที่ไม่ได้ช่วยให้ภูมิภาคเจริญขึ้นเลย
พอมองกลับมาที่บ้านเรา ถ้าใครลุกขึ้นมาพูดเรื่องลดการอุดหนุนแบบมาเลเซียคงโดนทัวร์ลงยับแน่ๆ เพราะคนไทยส่วนใหญ่ยังเสพติดการที่รัฐต้องอุ้มราคาน้ำมันจนกองทุนติดลบจนประเทศจะเจ๊งอยู่แล้ว แต่พอรัฐบาลขอความร่วมมือให้ประหยัดหรือจะเก็บภาษีเพิ่มเพื่อความมั่นคง กลับกลายเป็นเรื่องที่ยอมรับกันไม่ได้ ทั้งที่ความจริงเราไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวในโลก และต้นทุนนำเข้าพลังงานมันพุ่งสูงขึ้นทุกวัน การที่มาเลเซียเขากล้าผ่าตัดโครงสร้างพลังงานเพื่อความอยู่รอดแบบนี้ จึงเป็นบทเรียนที่คนไทยควรเลิกปิดหูปิดตา แล้วหันมามองความเป็นจริงก่อนที่หนี้จะท่วมหัวจนกู่ไม่กลับครับ